ซือหมิงโบกมือ “สถานการณ์ตอนนี้เป็นแบบนี้ ต่อให้ออกไปสืบข่าวได้ พอกลับมาก็คงพลาดช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดไปแล้ว”
“งั้นเราทำได้แค่รอหรือครับ” รองผู้ช่วยฉีขมวดคิ้วแน่น
“คิดหาวิธีอื่นต่อ ไปถามดูว่าสายโทรศัพท์จะซ่อมเสร็จเมื่อไหร่” ซือหมิงสั่ง
จวนจวนตื่นขึ้นมาก็เห็นซือหมิงนั่งอยู่ในห้องหนังสือ คิ้วขมวดมองเอกสารบนโต๊ะ
เธอชะโงกหน้ามองอยู่หน้าประตู ไม่กล้าเข้าไปรบกวนเขา
ซือหมิงเงยหน้าขึ้นก็เห็นเด็กน้อยกำลังโผล่ศีรษะออกมาครึ่งหนึ่ง มองเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ความหงุดหงิดที่มีอยู่ก่อนหน้าพลันสลายไป “ยืนอยู่ตรงนั้นทำอะไร”
จวนจวนขยับเท้าเล็ก ๆ มายืนตรงประตู “กลัวรบกวนปะปา”
ซือหมิงกวักมือเรียกเธอ “มานี่”
จวนจวนก้าวขาสั้น ๆ วิ่งเข้าไปหา แล้วยืนอยู่ข้างกายเขา “ปะปาไม่สบายใจหรือ”
“เปล่า แค่กำลังคิดเรื่องบางอย่าง” ซือหมิงก้มตัวอุ้มเธอมานั่งบนตัก
จวนจวนยืดคอเล็ก ๆ มองกองเอกสารบนโต๊ะ แต่เธออ่านไม่ออกว่าบนนั้นเขียนอะไร
“จวนจวน อีกสองวันพี่ชายก็หายดีแล้ว หนูไปเรียนอ่านหนังสือกับเขานะ ดีไหม” ซือหมิงวางคางลงบนศีรษะเล็ก ๆ ที่มีผมนุ่มฟูของเธอ
เธอรู้สึกถึงน้ำหนักบนศีรษะ จึงเงยหน้าขึ้นมอง เห็นแนวกรามคมชัดของเขา “ยากไหมคะ”
ซือหมิงก้มมองใบหน้าเล็ก ๆ ที่ย่นจนเหมือนซาลาเปาของเธอ “เรื่องนี้ก็พูดยาก แต่ถ้าอ่านหนังสือเป็นแล้ว ต่อไปหนูจะรู้เรื่องมากขึ้น”
