หร่วนเจี้ยนหัวกับหร่วนเสี่ยวชุนที่ยืนขนาบซ้ายขวาหร่วนยายอยู่ ดูราวกับมีอาวุธร้ายแรงอะไรสักอย่าง สีหน้าฮึกเหิมองอาจ
“เสี่ยวชุน”
สิงหย่งเอ่ยปาก หร่วนเสี่ยวชุนจึงสังเกตเห็นเขา “ผู้กองสิง ท่านไมได้ไปจับคนลักพาเด็กเหรอ กลับมาได้ยังไง”
“ดีที่ข้ารีบเสร็จธุระแล้วกลับมา เฮ้อ”
โจวเหวินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เหล่ตามองสิงหย่ง ทำไมน้ำเสียงฟังดูเปรี้ยวปรี๊ดแบบนี้
“เสี่ยวชุน เธอไม่รู้เหรอว่าคนลักพาเด็กถูกจับแล้ว แถมยังเป็นยายของเธอจับได้ด้วย”
“อะไรนะ”
ตาเสี่ยวชุนเบิกกว้าง ยายของเธอจับคนลักพาเด็กได้ด้วยเหรอ
หร่วนยายยืดอกอย่างภาคภูมิใจ
ที่แท้ หลังจากหนิวเฉียวเป่ากับพวกได้ภาพสเก็ตช์ ก็ส่งไปให้ตำรวจที่สืบสวนในแต่ละพื้นที่ ก่อนหน้านี้พวกเขาตามหาโดยใช้ลักษณะเสื้อผ้ารูปร่างหน้าตา ย่อมไม่แม่นยำ
แต่พอมีภาพเหมือน ก็ราบรื่นราวกับออกรบแล้วมีปืน
ตอนลงพื้นที่สืบก็ระบุตำแหน่งได้อย่างรวดเร็ว ว่ามีผู้หญิงสองคนพาเด็กมาปรากฏตัวที่หมู่บ้านเสี่ยวหลิ่วนอกเมือง
และสองคนนี้ก็ไม่ได้ใส่ชุดเดิมตอนที่หลบหนี เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว
มิน่า พวกเขาถึงหาตัวไม่พบ ที่แท้คนลักพาเด็กเปลี่ยนเสื้อผ้า และยังออกนอกเมืองไปแล้ว การรู้จักหลบเลี่ยงแบบนี้ดูก็รู้ว่าฝึกฝนมานาน
ตามที่ตาลุงเล่า “ผู้หญิงสองคนเดินค่อนข้างรีบ หมู่บ้านเราไม่มีคนนอกสักเท่าไหร่ ฉันก็เลยมองอยู่สองแวบ ไปทางนั้น”
“อั๊ยย๊ะ ถ้ารู้ว่าเป็นคนลักพาเด็ก ฉันคงเข้าไปขวางไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว” ตาลุงโมโหจนกระทืบเท้าปัง ๆ “สหายตำรวจ คนลักพาเด็กพวกนั้นฉันเดาว่าไปท่าเรือหมู่บ้านเสี่ยวหลิ่ว ตรงนั้นน่ะ มีท่าเรือร้างอยู่”
