จี๋เหมียนนั่งลงข้างจวี๋ซือเมิ่งอย่างสนิทสนม “ซือเมิ่ง ตอนรายงานตัวฉันเห็นชื่อเธออยู่บนนั้นด้วย ตอนแรกยังคิดว่าแค่ชื่อซ้ำกัน ไม่นึกว่าจะเป็นเธอจริง ๆ โชคดีชะมัดเลยนะ”
จี๋เหมียนพูดต่อ “ซือเมิ่ง ชุดที่เธอใส่สวยจัง ฉันยังจำได้เลยว่าตอนเด็ก ๆ เธอได้ใส่แต่เสื้อผ้าเก่าที่แม่เอามาแก้ให้ ตอนนี้ได้ใส่เสื้อผ้าดี ๆ แบบนี้แล้ว ฉันดีใจกับเธอจริง ๆ นะ”
น้ำเสียงของจี๋เหมียนฟังดูอิจฉา แต่กลับไม่มีแววริษยาเลยสักนิด ราวกับกำลังยินดีกับเพื่อนรักที่ได้พลิกชะตาชีวิต
แต่...
มันเป็นแบบนั้นจริงหรือ?
จวี๋ซือเมิ่งสังเกตเห็นอารมณ์ที่เรียกว่าไม่ยินยอมอยู่ในแววตาของจี๋เหมียน
มันจางมาก แต่เธอก็ยังจับสังเกตได้
จวี๋ซือเมิ่งยิ้มกว้าง “จี๋เหมียนเหรอ? เธอจริง ๆ ด้วย! พวกเราไม่ได้เจอกันนานมากแล้วนะ ฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอเธออีกครั้ง”
จี๋เหมียนพูดว่า “โชคดีจริง ๆ ไม่ใช่แค่สอบเข้ามหาวิทยาลัยเดียวกันได้ แต่ยังเรียนสาขาเดียวกันอีก”
จวี๋ซือเมิ่งตอบ “ใช่ โชคดีมากเลย”
จี๋เหมียนชวน “แลกช่องทางติดต่อกันไหม? กว่าจะได้เจอกันทั้งที ยังไงก็ต้องหาอะไรกินด้วยกันสักมื้อ”
จวี๋ซือเมิ่งหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วแลกช่องทางติดต่อกับอีกฝ่าย
รูปโปรไฟล์ของจี๋เหมียนเป็นรูปตัวเธอเอง ในภาพเธอยืนอยู่กลางแดด แสงอาทิตย์สาดลงมา ทำให้เธอดูเปี่ยมไปด้วยพลัง ราวกับมอบความหวังและความกล้าให้คนอื่นได้ไม่รู้จบ
หลังแลกช่องทางติดต่อกันแล้ว จวี๋ซือเมิ่งก็ตั้งใจเรียนจนจบคาบ
พอถึงเวลาเลิกเรียน จวี๋ซือเมิ่งกำลังจะเก็บของกลับ
จี๋เหมียนเอ่ยว่า “ซือเมิ่ง กลับด้วยกันเถอะ”
จวี๋ซือเมิ่งปรายตามองจี๋เหมียน แม้แววตาของอีกฝ่ายจะใสสะอาดเพียงใด เธอก็ยังมองเห็นความคาดหวังจาง ๆ อยู่ในนั้น
คาดหวังงั้นเหรอ?
กำลังคาดหวังอะไรอยู่?
ทันใดนั้นก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาจากนอกห้อง มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์ ส่วนอีกข้างล้วงกระเป๋า ท่าทางสบาย ๆ ไม่ใส่ใจอะไรนัก
เขาเดินผ่านใครก็ไม่แม้แต่จะเหลือบมอง
ความสุขุมและไม่แยแสเช่นนี้ มีเพียงคนที่เติบโตมาท่ามกลางเหล่าผู้มีอำนาจและตระกูลเศรษฐีระดับสูงเท่านั้นที่จะมีได้
เขาคือซ่งฉี่ ซ่งแห่งตระกูลซ่ง แม้จะเทียบตระกูลถานไม่ได้ แต่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็เป็นคนระดับหัวแถวอย่างไม่ต้องสงสัย
และนี่ก็คือพระเอกในนิยาย
ที่แท้จี๋เหมียนกำลังรอซ่งฉี่อยู่นี่เอง
ซ่งฉี่กับจวี๋ซือเมิ่งเติบโตมาด้วยกัน แม้เธอจะเป็นลูกสาวของแม่บ้าน แต่แม่ของถานกลับชอบเธอมาก รักเธอราวกับเป็นลูกแท้ ๆ
ตระกูลถานมีทายาทสืบสายตรงเพียงคนเดียวมาห้ารุ่น รุ่นนี้ก็มีลูกชายแค่ถานจิ่วอี้
เพื่อผูกสัมพันธ์กับตระกูลถาน ซ่งฉี่จึงจำต้องหมั้นหมายกับจวี๋ซือเมิ่ง
ในนิยาย จวี๋ซือเมิ่งรักซ่งฉี่มาก ถ้าไม่ใช่เพราะรัก เธอก็คงไม่คอยหาเรื่องนางเอกครั้งแล้วครั้งเล่า จนสุดท้ายต้องจบลงอย่างน่าอนาถ
แต่ตอนนี้...
ชอบงั้นเหรอ?
เหอะ น่าขำสิ้นดี
ทันทีที่ซ่งฉี่ปรากฏตัว บรรยากาศรอบตัวก็อึดอัดและเคร่งขรึมขึ้น ผู้คนที่เมื่อครู่ยังส่งเสียงคุยกันต่างมองเขาด้วยสายตาหลงใหล
“คุณชายซ่ง!”
“ทำไมคุณชายซ่งถึงมาที่ตึกนี้ล่ะ?”
“ไม่รู้เหรอ เขามารับคู่หมั้นไง”
“ใครเป็นคู่หมั้นเขาเหรอ?”
“ไม่รู้เหรอ? ก็จวี๋ซือเมิ่งไง!”
“เธอโชคดีจริง ๆ”
สายตาของซ่งฉี่กวาดผ่านฝูงชน ทุกคนที่เขามองต่างอดหน้าแดงใจเต้นแรงไม่ได้
ท้ายที่สุด ชายหนุ่มผู้ก่อความวุ่นวายก็เดินมาหยุดอยู่ข้างจวี๋ซือเมิ่ง
“ซือเมิ่ง ทำไมลงมาช้าจัง?”
ชายหนุ่มหล่อขนาดนี้มายืนตรงหน้าจวี๋ซือเมิ่ง ทำให้คนอื่น ๆ ต่างพากันอิจฉา
ซ่งฉี่สังเกตเห็นจี๋เหมียนที่ยืนอยู่ข้างจวี๋ซือเมิ่ง
“นี่ใคร?”
จวี๋ซือเมิ่งยิ้มแล้วแนะนำทั้งสองคนให้รู้จักกัน
“จี๋เหมียน นี่ซ่งฉี่ คู่หมั้นของฉัน”
“ซ่งฉี่ นี่จี๋เหมียน เพื่อนสมัยเด็กของฉัน”
จี๋เหมียนพูดว่า “ที่แท้คุณนี่เองที่แย่งซือเมิ่งไป ถ้าเพื่อนรักของฉันไม่ได้มีความสุข ฉันไม่ปล่อยคุณไว้แน่”
ซ่งฉี่คงนึกไม่ถึงว่าจี๋เหมียนจะพูดแบบนี้ “โอ้โห ซือเมิ่ง เพื่อนสมัยเด็กของเธอนิสัยแปลกดีนะ เพิ่งเปิดปากก็พูดจาแบบนี้แล้ว”
จี๋เหมียนหัวเราะคิกคัก “ฉันพูดแบบนี้แหละถึงจะเหมือนคนปกติ คนอื่นรู้ว่าคุณเป็นคุณชายซ่งก็เลยกลัว แต่ฉันไม่กลัวหรอก ถ้าคุณกล้ารังแกซือเมิ่ง อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจนะ”
จี๋เหมียนกำหมัดเล็ก ๆ ทำท่าราวกับเป็นห่วงจวี๋ซือเมิ่งจากใจจริง
ถ้าจวี๋ซือเมิ่งไม่รู้ธาตุแท้ของเธอ ก็คงถูกหลอกไปแล้ว
ซ่งฉี่คร้านจะพูดกับจี๋เหมียนต่อ จึงหันไปถามจวี๋ซือเมิ่ง “ซือเมิ่ง หิวหรือยัง? ไปกินข้าวกันเถอะ”
จวี๋ซือเมิ่งพยักหน้า ทั้งสองเดินออกไปโดยมีคนหนึ่งนำหน้าอีกคนตามหลัง สายตารอบข้างเต็มไปด้วยความอิจฉา ใฝ่ฝัน และริษยา
ตอนเดินผ่านจี๋เหมียน จวี๋ซือเมิ่งสังเกตเห็นได้อย่างเฉียบคมว่ามุมปากของอีกฝ่ายยกขึ้นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น
ยิ้มทำไม?
ในนิยาย จี๋เหมียนเป็นคนมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ เธอไม่คิดจะเข้าไปพัวพันกับตระกูลเศรษฐี แค่อยากใช้ความพยายามของตัวเองยกระดับชนชั้น
แต่เธอโดดเด่นเกินไป ไม่เพียงเรียนจบจากมหาวิทยาลัยเอด้วยผลการเรียนยอดเยี่ยม ยังดึงดูดความสนใจของพระเอกโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย
แต่ในนิยายมีรายละเอียดอย่างหนึ่งที่กล่าวถึงอยู่บ่อย ๆ คือจี๋เหมียนมักอ่านนิตยสารแฟชั่นจนเผลอหลับไป
ของในนิตยสารแฟชั่นพวกนั้นราคาเป็นแสนเป็นล้าน คนทำงานกินเงินเดือนธรรมดา ๆ ไม่มีทางซื้อไหว
ถึงจี๋เหมียนจะยกระดับชนชั้นได้แล้ว แต่เธอจะซื้อของราคาหลายสิบล้านไหวหรือ?
ไม่มีทาง!
วันนี้ที่จี๋เหมียนมาเจอเธอ คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแผนที่วางไว้
ไม่สิ บางทีตั้งแต่แรกที่เลือกสาขาภาษาฝรั่งเศส เธอก็หมายตาซ่งฉี่แล้ว
เธอแอบสืบรู้ว่าจวี๋ซือเมิ่งจะเลือกเรียนสาขาภาษาฝรั่งเศส และก็รู้ด้วยว่าในฐานะคู่หมั้นของซ่งฉี่ เขาจะต้องเจอจวี๋ซือเมิ่งอยู่บ่อย ๆ เพราะอย่างนั้นเธอถึงอยากเข้าหาจวี๋ซือเมิ่ง เพื่อจะได้เข้าใกล้ซ่งฉี่
ทำไมไม่เข้าไปหาซ่งฉี่ตรง ๆ ล่ะ?
เพราะจิตใจของเธอบิดเบี้ยว คิดว่าการแย่งแฟนคนอื่นต่อหน้าต่อตาแบบนี้มันเร้าใจกว่า
นางเอกแบบนี้จะเป็นแค่หญ้าป่าธรรมดาได้ยังไง?
แบบนี้ก็จัดการง่ายแล้ว
ถ้าจี๋เหมียนบริสุทธิ์ใจและแสนดีเหมือนในนิยายจริง ๆ จวี๋ซือเมิ่งอาจจะรู้สึกผิดอยู่บ้าง
แต่ตอนนี้ ความรู้สึกผิดเพียงน้อยนิดที่เหลืออยู่ของจวี๋ซือเมิ่งหายไปหมดแล้ว
เธอวางแผน ฉันก็วางแผน ต่างคนต่างใช้ฝีมือแล้วกัน
หลังจากจวี๋ซือเมิ่งกับซ่งฉี่เดินจากไป จี๋เหมียนก็ดึงสายตาที่มองตามทั้งคู่กลับมา
เมื่อครู่ สีหน้าของเธอคงพอดีแล้ว
แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ ในความทรงจำของเธอ จวี๋ซือเมิ่งหน้าตาธรรมดามาก เป็นสาวหน้าตาจืด ๆ คนหนึ่ง
แต่จวี๋ซือเมิ่งที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่ ผิวขาวมาก รูปร่างก็ดีไม่น้อย กระดุมเสื้อแทบจะปริอยู่แล้ว
ดีจริง ๆ แค่ถูกรับไปเลี้ยงโดยตระกูลถาน ชีวิตก็พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ
...
ซ่งฉี่ถือกระเป๋าของจวี๋ซือเมิ่ง พาเธอไปกินข้าวที่โรงอาหาร
มหาวิทยาลัยเอมีโรงอาหารห้าแห่ง กระจายอยู่ตามทิศต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย เพื่อให้นักศึกษาเลือกกินใกล้ ๆ ได้สะดวก
โรงอาหารที่จวี๋ซือเมิ่งกับซ่งฉี่ไปคือโรงอาหารทางทิศเหนือ ซึ่งแพงที่สุดในบรรดาโรงอาหารทั้งหมด น้ำผลไม้ธรรมดา ๆ แก้วหนึ่งก็ราคา 100 หยวนแล้ว
คนทั่วไปไม่กล้าเข้ามากินที่โรงอาหารแห่งนี้
ซ่งฉี่สั่งอาหารไปพลางพูดไปพลาง “ซือเมิ่ง เพื่อนคนนั้นของเธอนิสัยแปลกจริง ๆ เชื่อฟังนะ ต่อไปอยู่ห่าง ๆ เธอหน่อย”
จวี๋ซือเมิ่งฟังอย่างใจลอย ไม่ได้เก็บคำพูดของซ่งฉี่มาใส่ใจ
อยู่ห่าง ๆ เธอหน่อยงั้นเหรอ?
เหอะ ถ้าแน่จริงก็ทำเองสิ
คนที่เข้าไปข้องเกี่ยวกับจี๋เหมียนครั้งแล้วครั้งเล่าก็คือเขาต่างหาก!
ปากซ่งฉี่เอาแต่พูดว่าไม่ชอบจี๋เหมียน แต่ตั้งแต่เมื่อครู่จนถึงตอนนี้ เขาพูดถึงเธอไปแล้วไม่ต่ำกว่าสามครั้ง
ตระกูลซ่งแม้จะไม่ได้อยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิดเหมือนตระกูลถาน แต่ก็ไม่ใช่ตระกูลธรรมดา
หลายสิ่งหลายอย่างไม่อาจดึงดูดความสนใจของซ่งฉี่ได้อีกแล้ว แต่เขากลับสนใจจี๋เหมียน เรื่องนี้ย่อมไม่ธรรมดา
ตามเนื้อเรื่องในนิยาย ต่อจากนี้ซ่งฉี่กับจี๋เหมียนจะได้พบกันบ่อยขึ้นเรื่อย ๆ
จากที่ไม่สนใจและดูแคลน เขาจะเปลี่ยนเป็นเฝ้าคิดถึง หลงใหล และชอบจนคลั่ง
ส่วนจวี๋ซือเมิ่งก็จะคลุ้มคลั่งเพราะความสัมพันธ์ของทั้งสองใกล้ชิดกันมากขึ้นทุกที
แต่นั่นคือเธอในนิยาย ส่วนตอนนี้...
ของเน่าก็ปล่อยให้เน่าต่อไปเถอะ
เธอไม่เอาคนเน่า ๆ หรอก
คืนนี้ถานจิ่วอี้น่าจะกลับมาแล้ว
ต้องลองหยั่งเชิงดูว่าเขายังจำทุกอย่างที่เคยทำได้ไหม จะได้ตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป
หลังเลิกเรียน จวี๋ซือเมิ่งกลับถึงบ้าน ตั้งใจจะอาบน้ำให้สบายตัวก่อน แล้วค่อยซ้อมเต้น
ตอนนี้อากาศร้อน แค่ไม่อาบน้ำวันเดียวก็เหงื่อท่วมตัวแล้ว
หลังอาบน้ำเพื่อประหยัดเวลา เธอเลยคว้าเสื้อสายเดี่ยวตัวหนึ่งมาใส่เป็นชุดนอน สวมกางเกงในแต่ไม่ได้ใส่กางเกง
ที่นี่มีเธออยู่คนเดียว จะทำอะไรก็เอาที่สบายแล้วกัน
จวี๋ซือเมิ่งยังชื่นชมรูปร่างของตัวเองในตอนนี้ด้วย
รูปร่างของเธออวบอิ่มขึ้นมาก ต่างจากเมื่อก่อนที่ผอมแห้งอย่างสิ้นเชิง แถมสัดส่วนยังสมบูรณ์แบบราวกับลูกพีช
ที่แท้ตอนนี้เธอมีรูปร่างแบบนี้นี่เอง ชวนให้คนหลงใหลจนแทบขาดใจจริง ๆ
ถ้าคะแนนเพิ่มขึ้นอีก ไม่รู้ว่าจะน่าดึงดูดขนาดไหน บางทีเสื้อตัวนี้อาจใส่ไม่ไหวจนเนื้อแทบล้นออกมา
เธอหันหลังให้ประตู จึงไม่ทันสังเกตความเคลื่อนไหวตรงหน้าประตูเลย
และในตอนนั้นเอง ประตูก็ส่งเสียงแกร๊กก่อนจะเปิดออก
