คนเกือบทั้งหมู่บ้านเข้านอนกันหมดแล้ว เหลือเพียงที่พักเยาวชนลงชนบทที่ยังมีแสงไฟส่องอยู่
ที่พักเยาวชนลงชนบทฟังดูดี แต่ความจริงเป็นเพียงบ้านดินเก่าที่ทรุดโทรมจนแทบจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ ผนังหลุดล่อนเป็นแผ่นใหญ่ หลังคามุงจากมีหญ้าคาอยู่เพียงประปราย กระดาษหน้าต่างขาดไปกว่าครึ่ง ลมกลางคืนพัดลอดช่องว่างเข้ามา ส่งเสียง “วู้วู้” หากลมแรงขึ้นอีกหน่อย หลังคาคงปลิวเปิดแน่
ในบ้านมีสองห้อง แยกชายหญิงกันคนละห้อง
ในแต่ละห้องมีเตียงไม้กระดานหกเตียงวางเบียดกัน บนเตียงปูเสื่อบาง ๆ เอาไว้ สภาพขัดสนสุด ๆ
หลินซินโหรวนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเผือด เธอไม่คิดเลยว่าที่นี่จะทรุดโทรมขนาดนี้
ทุกคนเหนื่อยมาทั้งวัน ไม่มีใครทำอาหารกินเลยสักคน!
พวกเขาทำได้แค่กินเสบียงแห้งที่เตรียมมาเองเพื่อประทังความหิว
เธอกินแผ่นแป้งข้าวโพดที่ทำจากแป้งข้าวโพดหยาบผสมรำ แข็งราวกับก้อนหิน กัดเข้าไปคำหนึ่งก็เต็มปากไปด้วยเศษร่วน แถมยังมีกลิ่นอับรา
กินไปกินมา หลินซินโหรวก็อยากร้องไห้ขึ้นมาจริง ๆ หรือว่าต่อไปเธอต้องใช้ชีวิตลำบากแบบนี้ทุกวันงั้นหรือ?
พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นหลิวชุนเซียกินข้าวคั่ว แถมยังมีลูกกวาดที่สวี่จาวจาวให้เธอบนรถไฟก่อนหน้านี้ด้วย
ของกินที่อีกฝ่ายมีดีกว่าของเธอมากนัก
หลินซินโหรวเม้มปาก แล้วส่งสัญญาณให้หลิวชุนเซียเหมือนเช่นทุกครั้ง เป็นการบอกให้อีกฝ่ายยื่นของกินให้เธอเอง แต่หลิวชุนเซียกลับไม่สนใจเธอเลย
เธอไอจนแทบจะเป็นเลือด แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาสักนิด
