วันรุ่งขึ้น หลังจากคนในบ้านกินอาหารเช้าเสร็จ ก็เตรียมตัวไปทำงานในไร่นา
สวี่จาวจาวเห็นที่ว่างผืนหนึ่งในลานบ้าน จึงบอกโจวจินฮวาว่าอยากปลูกผักสักหน่อย
ปฏิกิริยาแรกของโจวจินฮวาคืออยากปฏิเสธ
อย่างแรก เธอไม่อยากให้ลูกสาวเหนื่อยเกินไป อย่างที่สอง การทำไร่ทำนาไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ไม่แน่ว่าจะปลูกขึ้นด้วยซ้ำ
โจวจินฮวาไม่อยากดับฝันลูกสาวตรง ๆ พอคำพูดมาถึงปากก็เปลี่ยนไป “ได้ งั้นเราลองดูก็แล้วกัน แต่ลูกอย่าจริงจังกับมันมากนักนะ สุขภาพต้องมาก่อน”
อย่างแย่ที่สุด เดี๋ยวเธอค่อยช่วยจัดการให้ทีหลัง
สวี่เจี้ยนเย่ที่เตรียมอุปกรณ์ไว้แล้วพูดว่า “ได้ งั้นรอพ่อกลับจากทำงานตอนบ่าย พ่อจะช่วยลูกพรวนดิน”
ด้วยแรงของสวี่จาวจาว เธอไม่มีทางทำให้ก้อนดินแข็ง ๆ คลายตัวได้
สวี่จาวจาวตอบรับว่าได้ ๆ ๆ แต่ที่จริงในใจก็มีแผนแล้ว
เธอจะพึ่งพาคนในบ้านทุกเรื่องไม่ได้ ตัวเองก็ต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ เธอไม่ใช่คุณหนูใหญ่อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เธอเป็นชาวชนบทอย่างแท้จริง
ถ้าทำเรื่องนี้เสร็จตอนเช้าได้ ตอนบ่ายเธอก็จะไปหาเสิ่นจี้
สวี่จาวจาวมีข้อเสียมากมาย แต่ข้อดีอย่างหนึ่งของเธอคือ เมื่อรับปากเรื่องอะไรแล้ว เธอจะทำให้ได้แน่นอน!
ดังนั้น พอคนในบ้านออกไปหมด สวี่จาวจาวก็ให้ตงตงพาไปขุดดิน
สวี่จาวจาวมองจอบที่สูงกว่าตัวเองแล้วส่ายหน้า เจ้านี่ไม่เหมาะกับเธอเลย จอบอันเล็กที่มุมห้องต่างหากที่ถือได้พอดีมือ
ทางใต้ของหมู่บ้านมีเนินดินเตี้ย ๆ ดินใต้เนินนำไปใช้ได้ตามใจ ชาวบ้านบางครั้งก็จะมาขุดดินที่นี่กลับไปปูพื้นคอกหมูหรือซ่อมกำแพง
พอไปถึง สวี่จาวจาวถกแขนเสื้อขึ้น หยิบจอบเล็กแล้วขุดลงไปบนพื้น
“ฮึบ—”
ครั้งแรก ปลายจอบปักลงไปในดินได้เพียงตื้น ๆ ทำให้ดินกระเด็นขึ้นมาแค่หยิบมือเดียว
ดินนี่แข็งจริง ๆ
สวี่จาวจาวไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ เธอปรับท่าทาง กำจอบในมือให้แน่น แล้วรวบรวมแรงไว้ที่ท้อง
“ฮึบ!”
คราวนี้ขุดดินขึ้นมาได้หน่อยหนึ่ง
