[จุดเช็กอิน รวยปัง สวยปัง เหรียญทองพรั่งพรู~]
“อย่าฆ่าฉันนะ อึก...”
อกของสวี่จาวจาวเต็มไปด้วยน้ำเย็นเฉียบในแม่น้ำ เธอรู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจอย่างรุนแรง
วินาทีต่อมา สวี่จาวจาวก็ลืมตาขึ้น หายใจหอบถี่รัว
เธอยังไม่ตายงั้นเหรอ?!
ยังไม่ทันที่สวี่จาวจาวจะตั้งสติได้ เธอก็ได้ยินเสียงพูด
“...แม่ ให้พี่จาวจาวอยู่ต่อเถอะนะ” เป็นเสียงอ่อนโยนสะอื้นของสวีจิ้งเหม่ย “ยังไงหนูก็ใช้ชีวิตอยู่บ้านนอกมาตั้งสิบกว่าปีน่ะ ชินแล้วล่ะ พี่จาวจาวร่างกายอ่อนแอ จะทนความลำบากที่ต้องไปอยู่บ้านนอกได้ยังไงกัน ให้หนูไปเถอะนะ”
“จิ้งเหม่ย อย่าพูดแบบนั้นสิ เธอเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของแม่นะ หลายปีมานี้เธอทุกข์มามากพอแล้ว...”
“ไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ” เสียงของสวีจิ้งเหม่ยยิ่งเบาลง “ตอนหนูอยู่บ้านนอก ฟ้ายังไม่สางก็ต้องตื่นมาทำงาน หน้าหนาวมือเต็มไปด้วยแผลน้ำแข็งกัด หน้าร้อนหลังลอกเป็นแผ่น ๆ ครั้งหนึ่งหนูเป็นไข้สูงถึง 40 องศา ยังต้องไปถอนหญ้าในนา เกือบจะ...”
“แม่ ให้หนูไปอยู่บ้านนอกเถอะค่ะ”
“.....”
สวี่จาวจาวรู้สึกหัวหมุนไปหมด ตัวสั่นสะท้าน
สวี่จาวจาวกับสวีจิ้งเหม่ยไม่ใช่พี่น้องแท้ ๆ แม่ของทั้งสองคนคลอดที่โรงพยาบาลเดียวกัน แต่เกิดความผิดพลาด ทำให้เด็กสองคนสลับกัน
ตอนนี้สวีจิ้งเหม่ยกลับมาแล้ว ตามเหตุผลแล้ว สวี่จาวจาวควรจะจากตระกูลสวีไป แต่พ่อแม่สวีไม่ยอมให้สวี่จาวจาวไปไหน
พวกเขารู้สึกผิดกับสวีจิ้งเหม่ยมาก แต่ในขณะเดียวกันก็ทนไม่ได้ที่จะเสียสวี่จาวจาวไป
ทุกอย่างตรงกับเหตุการณ์ในฝันเลย พอคิดถึงเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ สวี่จาวจาวก็รู้สึกสันหลังเย็นวาบ
ในฝัน สวี่จาวจาวคิดว่าตัวเองทำผิดต่อสวีจิ้งเหม่ย ยอมให้เธอทุกอย่าง ขอแค่เป็นสิ่งที่สวีจิ้งเหม่ยต้องการ เธอก็จะยกให้สวีจิ้งเหม่ยหมด
ตอนแรก ๆ ทุกอย่างก็ดีนะ...
แต่หลังจากนั้น สวีจิ้งเหม่ยคอยวางแผนใส่ร้ายสวี่จาวจาวลับหลังสารพัด อย่างเช่น กล่าวหาว่าสวี่จาวจาวขโมยของ หาคนมาแพร่ข่าวลือว่าสวี่จาวจาวมีความสัมพันธ์ชู้สาววุ่นวาย ทำร้ายตัวเองเพื่อป้ายความผิดให้สวี่จาวจาว...
สวี่จาวจาวติดกับดักทุกครั้ง ทางบ้านรังเกียจเธอมาก สุดท้ายเธอก็ถูกไล่ออกจากบ้าน
เมื่อไม่มีที่ไป สวี่จาวจาวก็อยากไปหมู่บ้านเหอพันเพื่อตามหาพ่อแม่แท้ ๆ ของตัวเอง
แต่กลางทาง เธอกลับถูกคนผลักตกลงไปในน้ำเย็นเยือก จมน้ำตายทั้งเป็น!
สวี่จาวจาวเห็นว่าคนที่ผลักเธอลงแม่น้ำ เป็นคนที่สวีจิ้งเหม่ยหามา!
เรื่องยังไม่จบแค่นั้น หลังจากเธอตายไปแล้ว สวี่จาวจาวถึงได้รู้ว่า ที่จริงแล้วการที่เธอกับสวีจิ้งเหม่ยสลับกันไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นแผนของพ่อสวี! ก็เพราะพ่อสวีไปเจอหมอดูคนหนึ่งที่บอกว่า สวี่จาวจาวดวงดีมีทรัพย์ ยิ่งดีกับเธอเท่าไหร่ ทรัพย์ก็ยิ่งทวีคูณ พอสวี่จาวจาวอายุสิบแปดเมื่อไหร่ก็ค่อยสลับกลับมา เพื่อที่จะได้ขโมยดวงชะตาของสวี่จาวจาว
พ่อสวีฉวยจังหวะที่แม่สวีคลอดลูกเสร็จและหลับอยู่ แอบสลับเด็กสองคน!
ในฝัน วันที่สวี่จาวจาวถูกไล่ออกจากบ้านก็คือวันเกิดอายุครบสิบแปดปีพอดี!
ตอนนี้สวี่จาวจาวยังขาดอีกสามเดือนกว่าจะอายุครบสิบแปด!
ขณะนี้ สวี่จาวจาวยังคงรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นเสียดกระดูกในความฝัน
บทสนทนานอกประตูยังคงดำเนินต่อไป
“โอเค ๆ ไม่พูดแล้ว” แม่สวีปลอบสวีจิ้งเหม่ย “แม่รู้ว่าหลายปีมานี้ เธอทุกข์มามาก ต่อไปนี้จะไม่ให้เธอต้องทุกข์อีกแล้ว
เรื่องไปอยู่บ้านนอก แม่จะลองหาทางดูอีกที”
“แม่ หนูเป็นพี่สาว ควรยอมให้น้องนะ...”
“อย่าพูดอะไรโง่ ๆ แบบนั้นเลย เธอสองคนอายุเท่ากัน จะมีใครเป็นพี่ใครเป็นน้อง”
เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ประตูห้องของสวี่จาวจาว
เธอรีบถอยกลับขึ้นเตียง หลับตาทำเป็นนอนหลับ
ประตูถูกผลักออกเบา ๆ แม่สวีเดินมาที่ข้างเตียง เอื้อมมือมาแตะหน้าผากของสวี่จาวจาว
“แม่เหรอคะ?” สวี่จาวจาวกะพริบตาที่รู้สึกฝืดเคือง
“ปลุกเธอตื่นเหรอ?” แม่สวีนั่งลงที่ข้างเตียง เห็นเหงื่อซึมบนหน้าผากของเธอ จึงยกมือขึ้นเช็ดให้ “ฝันร้ายเหรอ? เห็นเหงื่อเต็มหน้าเลย”
สวี่จาวจาวลุกขึ้นนั่ง ผมยาวเป็นลอนคลายปล่อยสยายบนบ่า เธอพูดตามตรง “แม่ เมื่อกี้หนูได้ยินแล้วค่ะ”
แม่สวีชะงัก “ได้ยินอะไรนะ?”
“ได้ยินที่แม่กับจิ้งเหม่ยคุยกัน”
“เธอไม่ต้องกังวลนะ แม่จะ...”
“แม่ ให้หนูไปอยู่บ้านนอกเถอะค่ะ หนูเต็มใจ”
แม่สวี “???”
เมื่อกี้เธอตั้งใจจะบอกให้จาวจาวไม่ต้องห่วง ยังมีทางออก
ไม่คิดว่าจาวจาวจะบอกว่าเธอยอมไปอยู่บ้านนอก
เธออยู่ที่นี่กินดีอยู่ดี ไปอยู่บ้านนอกคงทนไม่ไหวแน่
“เธอพูดอะไรเหลวไหลน่ะ!”
“ร่างกายเธอเป็นยังไงไม่รู้หรือไง งานที่บ้านนอกเธอจะทำไหวเหรอ?”
“ได้สิคะ หนูทำได้”
สวี่จาวจาวคิดดีแล้ว ไม่ว่าเธอจะอยากไปบ้านนอกหรือไม่ บ้านนี้ก็อยู่ต่อไม่ได้แล้ว
ตอนนี้ คนในตระกูลสวีก็ยังรักเธออยู่ สู้ตอนนี้ไปเสียยังดีกว่าถูกรังเกียจในภายหลัง
“ตอนนี้หนูทำไม่ได้ก็จริง แต่ว่าหนูมีสองมือนะ หนูไม่เคยทำงานเกษตรมาก่อน แต่หนูเรียนรู้ได้”
“จิ้งเหม่ยลำบากที่บ้านนอกมาตั้งหลายปี จะให้เธอมาลำบากอีกไม่ได้”
“หนูต่างหากที่ผิดต่อเธอ”
แม่สวีไม่เคยนึกเลยว่าคำพูดแบบนี้จะออกจากปากของจาวจาว
จาวจาวอยู่บ้านไม่ต้องล้างจานด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้กลับยอมไปลำบากที่บ้านนอก
ดูท่าเมื่อก่อนที่เธอคอยหาเรื่องจิ้งเหม่ยมาตลอด คงเป็นเพราะคิดไม่ตกชั่วขณะ
“แต่จาวจาว แม่ทนไม่ได้ที่ต้องจากเธอไปนะ...”
“แม่ ให้หนูไปเถอะค่ะ” สวี่จาวจาวพูดด้วยความจริงใจ
หลายปีมานี้ แม่สวีดีกับเธอจริง ๆ ความรักความเอ็นดูพวกนี้ไม่ใช่ของปลอมเลย ดูจากในฝันแล้ว แม่สวีไม่รู้เรื่องเด็กสลับเลย เป็นฝีมือของพ่อสวี
สวี่จาวจาวรู้ดีว่า ทุกสิ่งที่เธอมีตอนนี้ก็เหมือนเงาจันทร์ในน้ำ เหมือนดอกไม้ในกระจก เธอคว้าไว้ไม่ได้ จับต้องไม่ได้เลย
ทางเดียวที่จะเปลี่ยนชะตาได้ก็คือต้องออกไปจากที่นี่
แม่สวียอม
เธอล้วงธนบัตรปึกหนึ่งออกจากกระเป๋าส่งให้สวี่จาวจาว “เงินนี้เธอเอาไว้ พอไปถึงที่นั่น อยากซื้ออะไรก็ซื้อ อย่าให้ต้องลำบาก”
สวี่จาวจาว “ไม่เป็นไรค่ะ...”
“เอาไป!” แม่สวียัดเงินใส่มือสวี่จาวจาวอย่างแข็งขัน
“เดี๋ยวแม่จะให้คูปองข้าว คูปองผ้ากับเธออีก...”
คอของสวี่จาวจาวเหมือนถูกอะไรกั้นไว้
ในความฝัน ตอนที่เธอจากตระกูลสวีไป เธอมีสภาพกึ่งบ้าแล้ว ตัวมีแค่ค่ารถเท่านั้น
“ขอบคุณนะคะ แม่” เธอพูดได้แค่สามคำนี้
ตอนเย็น กินข้าวเย็นเสร็จ
สวี่จาวจาวกลับไปที่ห้องนอน ในเมื่อตัดสินใจจะไปบ้านนอกแล้ว ก็ต้องเตรียมทุกอย่างให้พร้อมแต่เนิ่น ๆ
เช่น เธอจำได้ว่าในความฝัน สวีจิ้งเหม่ยได้หยกชิ้นหนึ่งของเธอไป ถึงได้ราบรื่นทุกอย่าง และสุดท้ายกลายเป็นผู้ชนะในชีวิต
แต่ว่า ชิ้นไหนกันนะ?
สวี่จาวจาวเอาหยกของตัวเองออกมาทั้งหมด ถือดูทีละชิ้นอย่างพินิจพิเคราะห์
พวกนี้ล้วนเป็นของขวัญที่ครอบครัวให้เธอมาตลอดหลายปี บางชิ้นก็ใส บางชิ้นก็นวลเนียน มูลค่าต่างกันไป
หรือว่า ลองหยดเลือดดู?
ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ได้แต่ลองดู
สวี่จาวจาวหยิบเข็มเย็บผ้าขึ้นมา กัดฟันเจาะที่ปลายนิ้ว
วินาทีที่เลือดไหลซึม เธอหยดเม็ดเลือดลงบนหยกชิ้นแรก
ไม่มีปฏิกิริยาอะไร
ชิ้นที่สอง ก็ไม่มี
ชิ้นที่สาม ชิ้นที่สี่...
ตอนที่เธอเกือบจะถอดใจแล้ว หยกสีเขียวอ่อนชิ้นที่หก จู่ ๆ ก็เปล่งแสงสีเขียวอ่อนวาบขึ้นมา
แสงนั่นวูบไหวแล้วหายไป แต่สวี่จาวจาวเห็นชัดมาก
หัวใจเธอเต้นรัวเร็วขึ้น ทันใดนั้นเอง นอกประตูก็มีเสียงวุ่นวายดังขึ้น
แล้วก็มีเสียงเคาะประตูตามมา
“จาวจาว หนูหลับหรือยัง? ออกมาหน่อยสิ”
สวี่จาวจาวรีบซ่อนหยกไว้ในกระเป๋าเสื้อที่แนบตัว แล้วเดินไปที่ประตู
