“แม่บอกว่าพรุ่งนี้พวกเราจะย้ายไปบ้านใหม่แล้ว หยวนหยวน ฉันอยากชวนเธอไปเล่นที่บ้านใหม่ แล้วก็พาเจ้าหมาน้อยไปด้วยนะ”
“ได้สิ” เจียงอันหยวนรับคำ “ดีจังเลย ต่อไปฉันก็ได้ไปโรงเรียนกับพี่ต้งเจ๋อแล้ว”
“วันหยุดเราก็เล่นด้วยกันได้ด้วยนะ แม่ฉันยังบอกอีกว่าถึงตอนนั้นจะทำบะหมี่ปลาไหลให้กิน ชวนเธอมาที่บ้านฉันด้วยนะ”
เจียงอันหยวนพยักหน้า เหลือบมองคุณครูที่เดินมาถึงหน้าประตู ก่อนจะรีบขยับเข้าไปกระซิบข้างหูเขาเสียงเบา “ฉันจะบอกให้นะ เกี๊ยวน้ำชิ้นเล็กที่คุณย่าทำอร่อยมาก ฉันก็จะชวนพี่มากินข้าวที่บ้านเหมือนกัน”
“เยี่ยมเลย เยี่ยมเลย” หลินต้งเจ๋อเอามือปิดปาก ส่งเสียงดีใจเบา ๆ ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข
“เงียบก่อน นักเรียนทุกคน สวัสดี เริ่มเรียนกันได้แล้ว”
ครูพูดจบ หลินต้งเจ๋อก็เปิดหนังสืออย่างว่าง่าย นั่งหลังตรงเลียนแบบท่าทางของเจียงอันหยวน
มีเพียงบางครั้งที่เขาดุกดิกไปมา ราวกับมีหมัดอยู่บนตัว
แถมยังหันมามองหยวนหยวนอยู่เรื่อย ๆ หากบังเอิญเจียงอันหยวนหันมาสบตาพอดี ทั้งคู่ก็จะยกมือปิดปาก แอบทำหน้าทะเล้นใส่กัน
ห้องเรียนอันน่าเบื่อจึงมีสีสันขึ้นมาไม่น้อย
……
วันย้ายบ้าน ฝนตกลงมา
หลินต้งเจ๋อเดินตามแม่อย่างว่าง่าย ทว่าพอมองม่านฝนด้านนอก สีหน้าก็หม่นลงเล็กน้อย ในอ้อมแขนยังกอดโหลผลไม้แช่อิ่มไว้แน่น
ฝนตกแบบนี้ หยวนหยวนคงมาเล่นที่บ้านใหม่ของเขาไม่ได้แล้วสินะ
ทางด้านนี้ เจียงอันหยวนนั่งบนม้านั่งตัวเล็กที่คุณปู่ทำให้ตรงข้างประตู เอามือเท้าคาง จ้องมองออกไปด้านนอก
เจ้าหมาน้อยขนฟูนุ่มสีครีมก็นอนหมอบอยู่ข้างกายเธอ มองออกไปข้างนอกที มองเจ้าของตัวน้อยที หางแกว่งไปมาไม่หยุด
คุณย่าเจียงเห็นแล้วก็รีบบอกว่า “เด็กดี เข้ามานั่งข้างในอีกหน่อยนะ เดี๋ยวฝนสาดเปียกเอา”
เจียงอันหยวนเชื่อฟัง ขยับม้านั่งถอยหลังไปนิดหนึ่ง “คุณย่าคะ รู้ไหมว่าฝนจะหยุดเมื่อไหร่”
คุณย่าเจียงเดินไปมองท้องฟ้าตรงประตู แล้วลูบศีรษะเธอ “วันนี้คงไม่หยุดแล้วล่ะ หยวนหยวนอยากออกไปเล่นหรือ”
เจียงอันหยวนส่ายหน้าแล้วก็พยักหน้า ถอนหายใจอย่างกับผู้ใหญ่ตัวน้อย
“วันนี้พี่ต้งเจ๋อย้ายบ้าน เรานัดกันว่าจะพาจินจื่อไปเล่นที่บ้านพี่ แต่ฝนตกไม่หยุดเลย ไปไม่ได้แล้วค่ะ”
คุณปู่เจียงเพิ่งตรวจการบ้านของนักเรียนเสร็จและเดินออกมาจากห้องหนังสือ พอได้ยินก็รีบบอกว่า “แค่นี้เอง หยวนหยวนไม่ได้บอกว่าบ้านเพื่อนคนนั้นอยู่ตรอกข้าง ๆ หรอกหรือ ใกล้แค่นี้เอง ฝนก็ไม่ได้ตกหนัก ปู่จะพาไป”
“จริงเหรอคะ” ดวงตาเจียงอันหยวนเป็นประกายขึ้น ก่อนจะส่ายหน้าอีกครั้ง “แต่หยวนหยวนไม่อยากให้คุณปู่เปียกฝนนี่คะ”
เปียกฝนแล้วไม่สบายตัว เธอไม่ชอบ คุณปู่ก็คงไม่ชอบเหมือนกัน
“หยวนหยวนเป็นห่วงปู่สินะ” คุณปู่เจียงยิ้ม หัวใจอิ่มเอิบไปหมด
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของลูกชายเขา ก็คือการได้แต่งงานกับภรรยาที่ดี และมีหยวนหยวนเป็นลูกสาวของบ้านนี้
ฝนด้านนอกไม่ได้ตกหนักจริง ๆ มีเพียงละอองฝนโปรยปรายลงมาแน่นถี่
“ไม่เป็นไร ให้คุณปู่ใส่เสื้อกันฝน แล้วหยวนหยวนก็กางร่มให้คุณปู่ แบบนี้ก็ไม่เปียกฝนแล้ว” คุณย่าเจียงบอก
เจียงอันหยวนพยักหน้าอย่างตื่นเต้น ลุกขึ้นเก็บม้านั่งตัวเล็กให้เรียบร้อย จากนั้นก็ยืนรออยู่ข้าง ๆ กับจินจื่ออย่างว่าง่าย
คุณปู่เจียงสวมเสื้อกันฝน มือหนึ่งอุ้มหยวนหยวน อีกมืออุ้มจินจื่อ
ส่วนเจียงอันหยวนก็จับด้ามร่มที่พาดอยู่บนไหล่คุณปู่ไว้ด้วยสองมือ
กำลังจะออกจากบ้าน คุณย่าเจียงก็เรียกพวกเขาไว้
“ไปบ้านคนอื่นครั้งแรก จะไปมือเปล่าก็ไม่ดีหรอกนะ” พูดจบก็วางขนมที่ห่อไว้เรียบร้อยลงในอ้อมแขนของหลานสาวตัวน้อย
คุณปู่เจียงยิ้ม ภรรยาของเขารู้จักวางตัวและจัดการเรื่องน้ำใจไมตรีได้เหมาะเจาะเสมอ
“คุณปู่ พี่ต้งเจ๋อบอกว่าบ้านใหม่ของพวกเขาเป็นบ้านหลังสุดท้ายตรงปลายตรอกค่ะ”
“ได้ ปู่รู้แล้ว”
แม้บ้านเจียงจะเพิ่งย้ายมาอยู่ได้ไม่นาน แต่เรื่องแถวนี้เขาก็พอรู้อยู่บ้าง
บ้านพักคนงานที่โรงงานทอผ้าฝ้ายปรับปรุงใหม่นั้น อยู่ในตรอกข้างบ้านของพวกเขา
ถ้าเขาจำไม่ผิด เดินข้ามถนนไปหนึ่งสายแล้วเลี้ยวอีกที ก็จะถึงปลายตรอกนั้น
เป็นอย่างที่คิด เดินไปเพียงไม่กี่นาทีก็เห็นลานบ้านที่เปิดประตูใหญ่ทิ้งไว้ หน้าประตูยังมีกองเฟอร์นิเจอร์วางระเกะระกะอยู่ด้วย
แต่พอเดินไปถึงหน้าประตู ก็ได้ยินเสียงทะเลาะกันดังแว่วมาจากด้านใน
คุณปู่เจียงหยุดยืน รอจนเสียงเงียบลงแล้วจึงเอ่ยถามเสียงดังว่า “ขอถามหน่อยครับ ที่นี่บ้านของหลินต้งเจ๋อหรือเปล่า”
เดิมทีซ่งอิงกำลังโมโหแทบแย่เพราะเพื่อนบ้านขุดรูที่กำแพงลานบ้าน พอได้ยินเสียงก็หันขวับ สีหน้าพลันกระอักกระอ่วนขึ้นมาเล็กน้อย
“ใช่ค่ะ ที่นี่บ้านหลินต้งเจ๋อ” พูดแล้วเธอก็มองเด็กหญิงในอ้อมแขนของอีกฝ่ายกับเจ้าหมาน้อยที่คุ้นตา รอยยิ้มพลันผุดขึ้นบนใบหน้า “อ้าว หนูคือหยวนหยวนใช่ไหม ต้งเจ๋อเล่าให้ฉันฟังแล้ว เชิญเข้ามาเลยค่ะ เชิญเข้ามา”
“หยวนหยวน! หยวนหยวน!” ในห้อง หลินต้งเจ๋อที่ก่อนหน้านี้นอนฟุบอยู่บนม้านั่งอย่างหงอยเหงา พอได้ยินแม่พูดก็ลุกพรวดอย่างตื่นเต้น วิ่งกระโดดโลดเต้นออกมาหาคุณปู่เจียง
เจียงอันหยวนยิ้มจนตาหยีเป็นจันทร์เสี้ยว ข้างแก้มมีลักยิ้มเล็ก ๆ ให้เห็น เธอโบกมือให้เขา “พี่ต้งเจ๋อ ฉันพาจินจื่อมาเล่นกับพี่แล้ว”
ซ่งอิงข่มอารมณ์ไว้ ดึงแขนเสื้อเขาเบา ๆ แล้วกระซิบว่า “หลินต้งเจ๋อ อย่าขวางประตูสิ ให้คุณปู่กับน้องเข้าไปก่อน”
หลินต้งเจ๋อเชื่อฟัง เดินนำหน้าไปเอง แถมยังเปิดประตูให้กว้างขึ้นอีกหน่อย
พอเจียงอันหยวนลงถึงพื้น เขาก็จูงมือเธอพาเดินเข้าไปข้างใน
“หยวนหยวนกินนี่สิ อร่อยมากเลยนะ”
เขาเปิดโหลผลไม้แช่อิ่มที่วางอยู่บนม้านั่ง แล้วยื่นให้เธอ
เป็นบ๊วยดองรสนมเปรี้ยวอมหวาน แถมยังหอมกลิ่นนมด้วย
“อร่อยจัง”
พูดแล้วเจียงอันหยวนก็หยิบช็อกโกแลตขนาดเท่าฝ่ามือที่ห่อด้วยกระดาษฟอยล์ออกจากกระเป๋า ยื่นให้เขา “ฉันก็เอาของอร่อยมาฝากพี่เหมือนกัน”
“ช็อกโกแลต!” หลินต้งเจ๋อเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น
แม่กลัวฟันของเขาจะผุ ปกติจึงไม่ค่อยให้กินขนมหวาน ทำเอาเขาอยากกินแทบแย่
เขาค่อย ๆ แกะกระดาษห่อที่มีตัวหนังสือเหมือนลูกอ๊อดซึ่งอ่านไม่ออกพิมพ์อยู่ แล้วค่อย ๆ หักช็อกโกแลตเป็นชิ้นเล็ก ๆ โดยยังไม่แกะกระดาษห่อออก วางไว้บนม้านั่งคู่กับโหลผลไม้แช่อิ่ม แล้วแบ่งกันกิน
ทั้งสองนั่งชิดกัน เล่นหยอกล้อกับจินจื่อ
ขนของเจ้าหมาน้อยนุ่มฟู สัมผัสแล้วนุ่มมือสุด ๆ
ทางด้านคุณปู่เจียงเก็บร่มเรียบร้อยแล้ว ก็ยื่นขนมในมือให้ซ่งอิง
“โธ่ คุณเกรงใจเกินไปแล้วค่ะ” ซ่งอิงยกเก้าอี้ตัวหนึ่งมาให้ นึกกระดากใจแล้วบอกว่า “ดูสิ ฉันเพิ่งย้ายมา ยังไม่มีแม้แต่น้ำร้อนสักถ้วยเลยค่ะ”
พูดจบก็รีบวิ่งเข้าไปค้นในห้อง ก่อนจะหยิบผลไม้กระป๋องออกมาสองกระป๋อง
คุณปู่เจียงยิ้มพลางโบกมือ “ไม่ต้องหรอกครับ พูดไปแล้วพวกเรามาเยี่ยมกะทันหัน แถมยังมารบกวนตอนกำลังย้ายบ้านอีก มีอะไรให้ช่วยไหมครับ ร่างกายผมยังแข็งแรงดีอยู่”
“วันนี้สามีฉันหยุดงาน แถมยังมีเพื่อนร่วมงานมาช่วยด้วย เลยย้ายของกันได้เร็วค่ะ แค่ยังไม่ได้จัดของเท่านั้นเอง”
ซ่งอิงยิ้มพูดจบ แล้วนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เธอเพิ่งด่าทอกับเพื่อนบ้านข้าง ๆ อีกฝ่ายคงได้ยินเข้าแล้ว
กลัวเขาจะคิดว่าเธอเป็นคนหาเรื่องไม่เลิก นิสัยครอบครัวไม่ดี แล้วต่อไปจะไม่ยอมให้หยวนหยวนเล่นกับต้งเจ๋อ เธอจึงหัวเราะแห้ง ๆ สองสามครั้ง ก่อนอธิบายเสริมว่า “บ้านข้าง ๆ จงใจเจาะรูที่กำแพงลานบ้านค่ะ ฉันเป็นคนใจร้อน พอโมโหก็เลยเผลอทะเลาะกับเขาไป”
คุณปู่เจียงพยักหน้า “เพิ่งย้ายมาก็ทำแบบนี้แล้ว ถ้าไม่ห้ามไว้ ต่อไปคงยิ่งน่าปวดหัว ผู้หญิงเราก็ต้องเป็นแบบคุณนี่แหละ ถึงเวลาต้องหนักแน่นก็ต้องหนักแน่น”
“ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ” พอได้รับความเห็นพ้องจากอีกฝ่าย ซ่งอิงก็เปิดปากพูดอย่างออกรสทันที “สมัยนี้หาบ้านสักหลังยากขนาดไหน ครอบครัวเรากว่าจะได้บ้านหลังนี้มาไม่ง่ายเลย ยังไงก็ต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนาน จะให้อดทนอยู่ทุกวันก็คงไม่ได้หรอกค่ะ”
“ก็จริงอย่างที่คุณว่า”
ทั้งสองคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ซ่งอิงก็ต้องไปจัดของ แต่ก่อนจะไป เธอไม่ลืมแบ่งลูกพีชกระป๋องใส่ชามให้เด็กทั้งสองกิน
ส่วนคุณปู่เจียงก็นั่งอยู่ข้าง ๆ มองพวกเขาเล่นกันอย่างอารมณ์ดี
เพิ่งกลับมาซูโจว ผู้ใหญ่ยังพอว่า ที่น่าห่วงก็มีแต่หลานสาวตัวน้อยของบ้านจะเหงา
ตอนนี้มีเพื่อนเล่นแล้ว เขาก็สบายใจขึ้น
