ด่านของผู้ถูกเลือกอีกคน
หลังจากได้รับคำใบ้จากภายนอก ดรูอิดก็เปิดประตูให้เจ้าหน้าที่จากกรรมการหมู่บ้านเข้ามา
“บ้านเธอไม่ได้แอบเลี้ยงแกะผักไว้ใช่ไหม”
เจ้าหน้าที่ถามพลางสังเกตการณ์ตามทางเข้าห้องต่าง ๆ อย่างละเอียด
“ไม่มี” ดรูอิดตอบทันที “บ้านเราเป็นครอบครัวที่ปฏิบัติตามกฎดี ไม่มีทางเลี้ยงแกะผักในบ้าน”
“แล้วทำไมฉันถึงได้กลิ่นแกะผักล่ะ” เสียงเย็นยะเยือกของเจ้าหน้าที่ดังขึ้นข้างหูของดรูอิด ดรูอิดพบด้วยความสยดสยองว่าหัวของมันมาอยู่ข้างคอตัวเองตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ กำลังสูดดมลึก ๆ “กลิ่นเนื้อผักสดใหม่เสียจริง—”
ดรูอิดอดไม่ได้ที่จะตัวสั่น ความหวาดกลัวและความเครียดอย่างรุนแรงทำให้หัวใจเขาเต้นเร็วขึ้น เลือดไหลเวียนคึกคักยิ่งขึ้น กลิ่นหอมประหลาดลอยคลุ้งในอากาศ
“ยังอุ่น ๆ อยู่เลย” เจ้าหน้าที่เลียคอของเขา สัมผัสถึงเลือดที่ไหลเวียนใต้ลิ้น น้ำลายแทบหยด “นี่มันช่าง... โชคดีจริง ๆ”
ฉันต้องตายแล้ว ฉันต้องตายแล้ว ฉันต้องตายแล้ว!!!
ความกลัวสุดขีดพุ่งออกจากก้นบึ้งของหัวใจ ดรูอิดผลักหัวของเจ้าหน้าที่ออกไปอย่างไม่คิดชีวิต แล้ววิ่งหนีเข้าไปในห้องนอนอย่างบ้าคลั่ง
เจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้ามา
ดูเหมือนมันจะปฏิบัติตามกฎห้องรับแขกเช่นกัน ห้ามเข้าห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่มันก็ไม่ได้จากไปไหน กลับเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตู เสียงฝีเท้าดังไม่หยุด
“ติ๊ก”
“ติ๊ก”
“ติ๊ก”
“ติ๊ก”
“ติ๊ก”
นาฬิกาในห้องรับแขกเดินไปอย่างช้า ๆ เวลามาถึงหกโมงเย็น
เสียงอ่อนโยนของแม่ดังขึ้น เสียงที่แต่เดิมน่าหวาดกลัวกลับกลายเป็นเหมือนเสียงสวรรค์ในหูของดรูอิดในตอนนี้
“แม่!” ดรูอิดตะโกน น้ำตาน้ำมูกเลอะเต็มใบหน้า “หนูอยู่ในห้องนอน! มีคนมาขวางประตูไม่ให้หนูออกไป!”
เจ้าหน้าที่ขัดขึ้นอย่างไม่พอใจ “พูดแบบนี้ได้ยังไงกัน เด็กน้อย ฉันแค่ทำตามหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเฉย ๆ”
โกหก!
ดรูอิดคำรามในใจ
แกคิดจะกินฉันชัด ๆ!
เห็นได้ชัดว่าผู้คนในห้องไลฟ์สดก็คิดเช่นนั้น แต่ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็รู้สึกโล่งใจ
“โชคดีที่ดรูอิดวิ่งเร็วและรอจนแม่กลับมา ไม่งั้นคงแย่แน่”
“ฉันจำได้ว่าเขากินข้าวมื้อนั้นไปแล้วนี่ ทำไมถึงยังถูกเล็งอีก”
