หมู่บ้านซิ่งฝูตั้งอยู่ในเขตที่ 2 ของเมืองจิ่วหวา มีตึกพักอาศัยทั้งหมด 13 ตึก แต่ละตึกมี 4 ยูนิต แต่ละยูนิตมี 18 ชั้น แต่ละชั้นมี 3 ห้อง กล่าวคือ หมู่บ้านแห่งนี้มีผู้อยู่อาศัยเกือบ 3,000 ครัวเรือน
บางคนเติบโตที่นี่มาตั้งแต่เด็ก บางคนเพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อไม่กี่ปีก่อน แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร ผู้อยู่อาศัยทุกคนต่างจำไม่ได้ว่าหมู่บ้านนี้สร้างขึ้นเมื่อไร ทั้งยังบอกไม่ได้ว่าฝ่ายจัดการทรัพย์สินเป็นของบริษัทไหน
สิ่งเดียวที่แน่ชัดคือ หมู่บ้านซิ่งฝูเป็นหมู่บ้านที่มีสิ่งแวดล้อมดีที่สุด บรรยากาศอบอุ่นที่สุด และระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดที่สุดในเมืองจิ่วหวา ผู้คนจึงอยากย้ายมาอาศัยที่นี่กันนับไม่ถ้วน แต่เรื่องแปลกคือ ในแต่ละปีก็มีคนย้ายออกไปไม่น้อยเช่นกัน ไม่รู้ว่าพวกเขาหาที่อยู่ที่ดีกว่านี้ได้แล้วหรือไม่
สิ่งที่น่าสังเกตคือ คนเกือบทั้งหมดเต็มใจปฏิบัติตามกฎอย่างเป็นธรรมชาติ ราวกับคำว่า “กฎ” สลักอยู่ในดีเอ็นเอของพวกเขามาตั้งแต่เกิด แทบไม่มีใครคัดค้านเนื้อหาของกฎที่ดูแปลกประหลาดเหล่านั้น ต่อให้มีความเห็นต่างกัน ก็มักเป็นเรื่องกฎธรรมดา ๆ เช่น ห้ามตะโกนเสียงดังในที่สาธารณะ หรือห้ามกินอาหารในที่สาธารณะ
ราวกับสิ่งแปลกประหลาดทั้งหมดได้กลายเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติธรรมดาสามัญในสายตาของพวกเขา
ดังที่เฉินเสาเห็น พวกเขาจะระมัดระวังสิ่งของและปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องตามกฎ แต่กลับไม่รู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นผิดปกติ
นอกจากนี้ เฉินเสายังได้ทำความเข้าใจกฎบางส่วนของหมู่บ้านนี้อย่างคร่าว ๆ
ในนั้นมีกฎห้ามวาดภาพ ห้ามถ่ายภาพยนตร์ และห้ามถ่ายรูป รวมถึงห้ามดื่มแอลกอฮอล์และห้ามขายอาหารทุกชนิดที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม
เรื่องเหล่านี้ตรงกับกฎที่เฉินเสาเคยเห็นใน “บ้านแสนหวาน” เช่นกัน
ยืนยันได้ว่า หมู่บ้านซิ่งฝู หรือจะพูดให้ถูกคือทั้งเมืองจิ่วหวา เป็นเมืองเรื่องหลอนขนาดใหญ่ที่ซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ เรื่องหลอนทั้งหมดเชื่อมโยงถึงกันและเกี่ยวพันกันเป็นลูกโซ่
นั่นหมายความว่า หลังฉากสมัครงานจบลง เฉินเสาสามารถอยู่ที่นี่ต่อไปและใช้ชีวิตได้อย่างค่อนข้างอิสระ เงื่อนไขคือเขาต้องไม่ตายเพราะฝ่าฝืนกฎ
