ฉินเหอ: “...”
เขาไม่น่าพูดเกรงใจเลย
นิสัยของแม่ยายเขาไม่มีทางเชิญแม่ลูกสามคนให้อยู่กินข้าวหรอก ที่พูดไปก็แค่รักษาหน้าตัวเองเท่านั้น
ฉินเหล่าฮั่น: “กว่าจะมีน้ำแกงปลามาสักหน่อย ให้เด็กสองคนได้บำรุงร่างกาย”
“สะใภ้ใหญ่ ไปตักมาถ้วยหนึ่ง”
เฉินหงซูกำลังจะลุกขึ้น หลิวเทียนจวี๋ก็แผดเสียงห้าม “ห้ามไป!”
เฉินหงซูนั่งลงทันที
พอได้ยินคำว่าเมียของลูกชายคนรองก็หงุดหงิดขึ้นมา “ไปทำงานให้บ้านคนอื่นแล้วยังจะกลับมากินข้าวอีกหรือ? มีเรื่องดี ๆ แบบนี้ที่ไหนกัน!”
หลิวเทียนจวี๋เคาะตะเกียบลงบนหัวลูกชาย “ยังอุตส่าห์คุยโวว่ากินข้าวที่นั่นอีก พูดจาไม่รู้จักอายจริง ๆ ยัยตัวดีเขาไม่ให้ข้าวกินสักคำ ยังจะไปทำงานหนักแทนเขาอีก!”
“ฉันว่าแต่งเข้าบ้านเรามาแล้วสบายเกินไป!”
“ถ้าคราวหน้ายังไปทำงานที่บ้านนั้นอีก ตอนบ้านแม่ของนางแบ่งข้าว ฉันจะไปขอส่วนแบ่งด้วย!”
“กินข้าวบ้านเราแล้วไปทำงานให้คนอื่น ตระกูลหลี่นั่นมันช่างสารเลวจริง ๆ”
ฉินฟางเห่ากะพริบตาปริบ ๆ ย่าด่าคนได้...ตรงไปตรงมาจริง ๆ
ฉินสุ่ยคีบเนื้อปลาและเห็ดหูหนูให้หลานสาวตัวน้อย เด็กดีอย่าฟังเลยนะ
“หลิวเทียนจวี๋เอ๊ย บ้านข้าได้ยินเจ้าด่าคนแล้วนะ ปากคอเราะร้ายเสียจริง” ย่าลู่จูงหลานชายเข้ามา ในมือถือปลาตัวเล็กทอดมาถ้วยหนึ่ง
พอเห็นคนมา หลิวเทียนจวี๋ก็ลุกขึ้น “เวลาที่เจ้าด่าคนในบ้านตัวเอง ก็ไม่ได้พูดจาไพเราะไปกว่าข้าสักเท่าไรหรอก”
