ว่างซีมือไวตาไว คว้าหนังคอเสี่ยวเฮยแล้วหิ้วขึ้นมา
ขาสั้นทั้งสี่ของเสี่ยวเฮยตะกุยอากาศไปมา หัวกลม ๆ พยายามยื่นไปทางฟักทองน้อย ในปากยังร้องอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ว่า “ฮือ ๆ พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ อร่อย อร่อย”
ว่างซีไม่พูดพร่ำทำเพลง เงื้อมือเขกกะโหลกมันไปหนึ่งที
“โป๊ก—”
เสียงดังใสกังวาน
แขนขาทั้งสี่ของเสี่ยวเฮยหยุดกึกพร้อมกัน หูกลม ๆ ลู่ลง แพนด้าทั้งตัวหงอยเหมือนถูกตัดไฟ
มันเบะปาก ลูกตาดำสองข้างเริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำตาอย่างรวดเร็ว สีหน้าดูน้อยใจราวกับคนทั้งโลกกำลังรังแกมัน
“คายออกมา” ว่างซีพูดอย่างขุ่นเคือง
เสี่ยวเฮยหดคอ ดวงตาทั้งสองกลอกไปมา สุดท้ายก็จำใจ อ้าปากพรวดแล้วคายรถฟักทองออกมา
“ไม่ให้กินก็ไม่ให้กินสิ...” เสี่ยวเฮยสูดจมูก เสียงอู้อี้ “พี่ใหญ่ขี้เหนียวจริง ๆ”
ว่างซีทำหน้านิ่ง “ถ้ายังซนอีก ฉันจะจับแกโยนเข้ามิติสัตว์เลี้ยง ให้อดข้าวสักสิบวันครึ่งเดือน”
เสี่ยวเฮยหุบปากแน่นยิ่งกว่าหอยกาบ
ว่างซีวางมันกลับบนไหล่ แล้วก้มมองรถฟักทอง
ฟักทองน้อยตัวเปียกแฉะหดตัวสั่นงันงกอยู่บนเบาะคนขับ แสงอุ่นบนเปลือกฟักทองกะพริบติด ๆ ดับ ๆ รถม้าทั้งคันหดเตี้ยลงไปครึ่งหนึ่ง ดูราวกับกระถางต้นไม้ที่ขวัญหนีดีฝ่อ
ว่างซีล้วงเหรียญทองสองสามเหรียญจากกระเป๋าเป้ ยัดใส่ปากฟักทองน้อย
พอเหรียญทองเข้าปาก เปลือกของฟักทองน้อยก็สว่างขึ้นทันที มันเลิกสั่นและไม่หดตัวอีก
ตัวรถขยายใหญ่ แสงอุ่นสว่างวาบ รถฟักทองลงจอดในลานบ้านอย่างมั่นคง ประตูห้องโดยสารเปิดออกอย่างไร้เสียง
ก่อนก้าวขึ้นรถ ว่างซีหันกลับไปมองแวบหนึ่ง
