คณะทูตแคว้นเยียนคราวนี้มีขนาดใหญ่โตเกินกว่าครั้งใด รถม้าหลายสิบคันแล่นผ่านถนนหนทาง ชาวเมืองหลวงยากจะไม่สังเกตเห็น
เมื่อเห็นรถม้าปักธงแคว้นเยียนแล่นผ่าเข้ามาในเมืองหลวงต้าหนิงอย่างอุกอาจ ชาวต้าหนิงต่างเดือดดาล
“เจ้าพวกนี้ยังกล้ามาอีกหรือ?”
“บัญชีของคุณชายเฉิน เรายังไม่ได้คิดกับพวกมันเลย!”
“คนพวกนี้ต้องมีแผนร้ายแน่ ราชสำนักควรจับพวกมันทั้งหมดเสีย!”
“คณะทูตแคว้นเยียน ไสหัวออกไปจากเมืองหลวง!”
……
ชาวต้าหนิงมีความเป็นปฏิปักษ์ต่อแคว้นเยียนอย่างบริสุทธิ์ใจที่สุด
สองแคว้นเป็นศัตรูเก่ากันมาแต่เดิม ภัยคุกคามที่แข็งแกร่งที่สุดต่อชายแดนต้าหนิง มาจากแคว้นเยียนทางเหนือ
โจรเรือที่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ก็เพียงขึ้นฝั่งปล้นชิงทรัพย์สินเท่านั้น ไม่อาจสั่นคลอนรากฐานของต้าหนิงได้ แคว้นต่าง ๆ ในดินแดนตะวันตกกระจัดกระจายเป็นเสมือนเม็ดทราย ไม่น่าหวาดหวั่น ส่วนแคว้นเล็ก ๆ ในแคว้นหนานแม้ต่างมีใจคิดเป็นอื่น แต่ก็ยังมิใช่คู่มือของต้าหนิง มีเพียงชนเผ่าทุ่งหญ้าในแดนเหนือเท่านั้น ที่นับเป็นศัตรูผู้แข็งแกร่งที่สุดของต้าหนิงอย่างแท้จริง
หากกองทัพม้าเหล็กจากทุ่งหญ้าเคลื่อนทัพลงใต้ ก็มีโอกาสทำให้ต้าหนิงล่มสลายได้จริง
เพราะภัยคุกคามจากแคว้นเยียน ต้าหนิงจึงทุ่มกำลังพัฒนาการทหารอย่างเต็มที่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา จนคลังหลวงว่างเปล่า ราษฎรต่างใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก
การให้ความสำคัญกับการฝึกกำลังทหารมากกว่าการศึกษาเกินควร ยังทำให้วิถีอักษรของต้าหนิงเสื่อมถอยลง
เมื่อมองแคว้นเยียนที่เดิมเป็นชนเผ่าเร่ร่อนบนทุ่งหญ้า ในสายตาชาวต้าหนิง พวกเขาก็เป็นเพียงคนเถื่อนไร้อารยธรรม
