หากก่อนหน้านี้เฉินฉางอานเพียงแค่สงสัย เมื่อกู้ชิงเฉิงนำมดกู่ตัวนั้นออกมา เขาก็มั่นใจโดยไม่ต้องสงสัยอีก
เขาเคยไหว้วานคุณหนูกงเยวี่ยให้ช่วยหาหนังสือเกี่ยวกับวิชามนต์กู่แห่งหนานเจียงมาให้หลายเล่ม
ชนเผ่าหลายเผ่าในหนานเจียงเชี่ยวชาญวิชามนต์กู่ งู แมลง หนู และมด ล้วนสามารถถูกเลี้ยงให้กลายเป็นกู่ที่มีอานุภาพไม่ธรรมดาได้เมื่ออยู่ในมือพวกเขา
ในฤดูหนาวอันเหน็บหนาวเช่นนี้ นางยังหามดยักษ์ที่มีชีวิตชีวาถึงเพียงนี้มาได้ ทั้งยังต้องใช้ถุงหอมพิเศษเพื่อสะกดความดุร้ายของหนอนกู่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันย่อมเป็นมดกู่ตัวหนึ่ง และเรื่องนี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่านางมีวิชามนต์กู่แห่งหนานเจียงติดตัว...
เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้อสงสัยก่อนหน้านี้ของเฉินฉางอานก็ล้วนคลี่คลายได้แล้ว
ในใจกู้ชิงเฉิงรู้สึกกระวนกระวายอยู่บ้าง นางกังวลว่าเฉินฉางอานจะรู้ว่านางมีวิชามนต์กู่และอยู่ร่วมกับแมลงพิษทุกวัน จึงอดถามไม่ได้ว่า “คุณชายเฉิน ท่าน...ท่านคงไม่รังเกียจข้ากระมัง”
เฉินฉางอานชะงักเล็กน้อย ก่อนถามว่า “เหตุใดเล่า”
กู้ชิงเฉิงก้มหน้าตอบว่า “ข้ากังวลว่าท่านจะไม่ชอบสตรีที่อยู่ร่วมกับแมลงพิษ...”
เฉินฉางอานยิ้มแล้วกล่าวว่า “เรื่องนี้มีอะไรไม่ดีหรือ มีวิชามนต์กู่แล้วอย่างไร ข้ายังอยากเรียนวิชามนต์กู่อยู่เลย!”
เมื่อท่องยุทธภพ วิชาความรู้ยิ่งมากยิ่งไม่เป็นภาระ
บทความ บทกวี และกลอนคู่ แม้จะมีประโยชน์ต่อบ้านเมือง แต่สำหรับเฉินฉางอานแล้วกลับแทบไม่มีประโยชน์นัก
ทว่าวิชาบู๊กับวิชามนต์กู่นั้นต่างออกไป นี่คือฝีมือแท้จริงที่ช่วยปกป้องเขาได้ โดยเฉพาะวิชามนต์กู่ที่ยากจะระวังป้องกัน ต่อให้เป็นผู้ที่มีฝีมือสูงกว่าเขา หากเผลอตัวเพียงนิดก็อาจตกเป็นเหยื่อได้
กู้ชิงเฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวอย่างยินดีว่า “ท่านอยากเรียนหรือ ข้าสอนให้ท่านได้!”
“ฮึ่ม!”
เสียงแค่นหัวเราะหนัก ๆ ดังมาจากหน้าประตู
จากนั้นหญิงชราผมขาวปนเทาคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง นางเหลือบมองกู้ชิงเฉิงอย่างเรียบเฉย ก่อนกล่าวว่า “พอมีบุรุษแล้ว ถึงกับลืมคำสั่งสอนของอาจารย์หรือ วิชามนต์กู่ของลัทธิมนต์กู่ข้าจะถ่ายทอดให้คนนอกได้อย่างไร”
