ตึกเหวินหัว
ชั้นหนึ่ง เรือนโถงทิศเหนือ
สถานที่ตรวจข้อสอบยุทธศาสตร์แห่งการสอบคัดเลือกข้าราชการ
ยุทธศาสตร์กับบทความมีรูปแบบเหมือนกัน แต่เน้นคนละด้าน แผนกอักษรศาสตร์ให้ความสำคัญกับงานเขียนมากกว่ายุทธศาสตร์ ส่วนยุทธศาสตร์ให้ความสำคัญกับยุทธศาสตร์มากกว่างานเขียน ผู้ตรวจข้อสอบจึงแตกต่างกันไปด้วย
บทความให้ปราชญ์ใหญ่แห่งสถาบันหานหลินเป็นผู้ตรวจ ส่วนข้อสอบยุทธศาสตร์ ให้ขุนนางฝ่ายกิจบริหารของกระทรวงทั้งหกแต่ละคนรับผิดชอบตรวจเฉพาะด้าน
หวังเชิง หลางจงแห่งกระทรวงขุนนาง นั่งอยู่ตรงที่ใกล้หน้าต่าง เบื้องหน้ามีกระดาษคำตอบยุทธศาสตร์ว่าด้วยการปฏิรูปการสอบคัดเลือกข้าราชการวางกองหนาเตอะ
เขาอ่านมาเต็มวันแล้ว ลำคอแข็งเกร็งไปหมด ดวงตาก็แสบล้าจนแทบทนไม่ไหว
ภาระตรวจข้อสอบหนักหน่วง เขายังพักไม่ได้ จึงยกถ้วยชาขึ้นจิบ นวดหัวคิ้ว แล้วเอื้อมมือหยิบกระดาษคำตอบฉบับใหม่ขึ้นมา
ระบบการสอบคัดเลือกข้าราชการของต้าหนิงสืบทอดกันมายาวนาน มีข้อเสียสะสมมากมาย หลายปีมานี้เหล่าขุนนางในราชสำนักถกเถียงกันอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดเสนอแนวทางปฏิรูปที่น่าเชื่อถือได้
วันนี้หวังเชิงอ่านข้อสอบไปหลายร้อยฉบับ ส่วนใหญ่ยังวนเวียนอยู่กับการ “เพิ่มข้อสอบยุทธศาสตร์” หรือ “ปรับสัดส่วนน้ำหนักคะแนน” เป็นเพียงการแก้ไขเล็กๆ น้อยๆ ซ้ำไปซ้ำมา ไร้ความแปลกใหม่ ทั้งยังแก้ปัญหาการสอบคัดเลือกข้าราชการของต้าหนิงไม่ได้เลย
เรื่องพวกนี้เขาหลับตาก็เขียนได้เป็นสิบฉบับ จึงยากจะทำให้เขาสนใจ
เขาคลี่กระดาษคำตอบฉบับใหม่ในมือ แล้วกวาดสายตาอ่านตอนต้นอย่างเกียจคร้าน
“ข้อเสียของการสอบคัดเลือกข้าราชการ มิได้อยู่ที่จำนวนแผนกสอบมากหรือน้อย หากอยู่ที่วิธีคัดเลือกผู้เข้ารับราชการมีเพียงทางเดียว ผู้มีความสามารถทั่วหล้าต่างมีจุดเด่นแตกต่างกัน บ้างถนัดงานเขียน บ้างถนัดงานราชการ บ้างถนัดงานทหาร บ้างถนัดเรื่องเงินและเสบียง บัดนี้กลับใช้ข้อสอบชุดเดียวคัดคนเป็นหมื่น เปรียบดังใช้ยารสเดียวรักษาร้อยโรค ใช้เสื้อแบบเดียวสวมคนทุกรูปร่าง ย่อมมีสิ่งที่ไม่อาจครอบคลุมได้เป็นแน่…”
