เมื่อเฉินฉางอานกลับถึงที่พำนักจอหงวน เหล่าสาวใช้ก็เตรียมอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว
คุณหนูกงเยวี่ยเลือกคนได้เหมาะเจาะจริง ๆ เป่าฉิน ซือฉี หลินซู และซื่อฮว่า สาวใช้น้อยทั้งสี่ นอกจากจะจัดการงานในจวนได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว ฝีมือทำอาหารก็ไม่เลว แต่ละคนล้วนมีอาหารจานเด็ดประจำตัวหลายอย่าง
ยิ่งไปกว่านั้น เฉินฉางอานยังค้นพบโดยบังเอิญว่า ชื่อของพวกนางไม่ได้ตั้งขึ้นมาอย่างส่งเดช
เป่าฉินเล่นพิณเป็นจริง ๆ แม้ฝีมือจะสู้คุณหนูชิงเฉิงไม่ได้ แต่ก็นับว่าดีไม่น้อย
ฝีมือหมากล้อมของซือฉี แม้จะเทียบกับยอดฝีมือวิชาหมากล้อมของแคว้นเยียนหลายคนนั้นไม่ได้ แต่ก็ยังเหนือกว่าท่านลุงกงอยู่บ้าง
หลินซูมีลายมือดีเยี่ยม กลอนคู่ที่ใช้ในจวนช่วงตรุษจีน ล้วนเป็นฝีมือนางเขียนทั้งสิ้น
ส่วนฝีมือวาดภาพของซื่อฮว่านั้นยอดเยี่ยม เฉินฉางอานเคยเห็นภาพวาดทิวทัศน์ภูเขาและสายน้ำที่นางวาด ฝีมือถึงขั้นนำออกไปขายแลกเงินได้เลย
สาวใช้น้อยหลายคนในจวน ต่างมีวิชาความสามารถเฉพาะตัว ไม่รู้เหมือนกันว่าเหตุใดจึงมาเป็นสาวใช้
เฉินฉางอานเคยถามพวกนาง พวกนางบอกเพียงว่า แต่เดิมล้วนเป็นลูกหลานจากครอบครัวยากจน ถูกบิดามารดาขายเข้าสำนักงานนายหน้า หลังจากคนของสำนักงานนายหน้าเห็นว่าพวกนางมีรูปโฉมงดงาม จึงคัดตัวมาอบรมเลี้ยงดูเป็นพิเศษ แล้วค่อยขายต่อให้ตระกูลใหญ่ในราคาสูง
ก็เป็นเช่นนั้น สาวใช้ธรรมดาที่ไม่มีรูปโฉมหรือความสามารถ ราคาทั่วไปก็เพียงไม่กี่ตำลึงเงิน
หากเจอปีที่ข้าวยากหมากแพง บางทีข้าวไม่กี่ชั่งก็แลกสาวใช้ได้คนหนึ่ง
แต่สาวใช้ที่มีรูปโฉมและความสามารถ ราคากลับสูงถึงหลายร้อยหรือเป็นพันตำลึง
เฉินฉางอานกำลังกินอาหารอยู่ ก็ได้ยินเสียงชิงซวงดังขึ้นข้างหู
“โต้วเหวินฮวนสารเลวนั่น รังแกกันเกินไปแล้ว! เมื่อก่อนบังคับให้ข้าท่องหนังสือ พอท่องไม่ได้ก็เฆี่ยนฝ่ามือ ไม่ให้ข้ากลับบ้านไปกินข้าว ตอนนี้ยังมาบังคับให้เจ้าท่องหนังสืออีก...”
