รุ่งเช้าวันถัดมา
เมื่อคืนนี้ชิงซวงยืนกรานจะฟังเรื่องไซอิ๋วจนจบ นางหาใช่องค์ชายองค์หญิงที่หลอกง่ายเสียเมื่อไร เฉินฉางอานถูกนางรบเร้าตลอดทั้งคืน ถึงกระนั้นก็ยังเล่าไม่จบ
กระทั่งรุ่งเช้า ชิงซวงจึงหลับไป
ส่วนเฉินฉางอานก็ถึงเวลาไปทำงานที่สถาบันหานหลินอีกครั้ง
ยังดีที่ตอนนี้เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ เรี่ยวแรงจึงเปี่ยมล้น ต่อให้อดนอนทั้งคืน สภาพร่างกายก็ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก
เฉินฉางอานอยู่ในห้องเฝ้าคอยจนถึงยามซื่อ ก่อนจะมาถึงห้องเรียนตำหนักตะวันออกตรงเวลา
วันนี้บรรยากาศภายในห้องเรียนคึกคักกว่าเมื่อวาน
เหล่าองค์ชายองค์หญิงมาถึงที่นั่งแต่เช้าตรู่ หนังสือบนโต๊ะจัดวางเป็นระเบียบ สายตาที่มองเฉินฉางอานเต็มไปด้วยความคาดหวัง
“สวัสดีท่านอาจารย์!”
เมื่อเฉินฉางอานเดินเข้าห้องเรียน เหล่าองค์ชายองค์หญิงก็ลุกขึ้นยืนทันที แล้วกล่าวทักทายพร้อมเพรียงกัน
ไช่โช่วมองภาพตรงหน้า จิตใจพลันซับซ้อน ท่าทีที่เหล่าองค์ชายองค์หญิงมีต่อเฉินฉางอาน กับท่าทีที่เคยมีต่อเขา ช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
เฉินฉางอานเดินขึ้นไปบนแท่น ก่อนมองเซียวเฉิงอวี่แล้วกล่าวว่า “เจ้าชายองค์เก้า เชิญท่านทวนบทแรกของบทสรุปตำราหลักเฉิงเทียน”
เซียวเฉิงอวี่ลุกขึ้นด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม เมื่อวานเขาทุ่มเทไม่น้อยเพื่อท่องจำเนื้อหาเหล่านี้
เขากระแอมให้คอโล่ง แล้วกล่าวทันทีว่า “ธรรมชาติแห่งฟ้าดิน มนุษย์ประเสริฐที่สุด ธรรมชาติของมนุษย์นั้นมีจิตเป็นใหญ่ ดังนั้นผู้ปกครองแผ่นดินต้องปกครองจิตใจให้ได้ก่อน ผู้จะปกครองจิตใจต้องเข้าใจหลักธรรมก่อน เมื่อหลักธรรมกระจ่าง จิตใจก็เที่ยงตรง เมื่อจิตใจเที่ยงตรง การกระทำก็ย่อมถูกต้อง เมื่อการกระทำถูกต้อง ใต้หล้าก็ย่อมมาสวามิภักดิ์...”
เฉินฉางอานพยักหน้าเป็นเชิงให้เขานั่งลง แล้วหันไปมององค์หญิงสี่ เซียวมู่เสวี่ย ก่อนถามว่า “องค์หญิงสี่ วิญญูชนซ่อนเครื่องมือไว้ในกาย รอคอยกาลอันสมควรแล้วจึงขยับ หมายความว่าอย่างไร”
