ภายในวัดจิ้งอาน
หลังถูกเฉินฉางอานปฏิเสธ แม้เจ้าอาวาสวัดจิ้งอานจะรู้สึกเสียดายอยู่ในใจ แต่ก็ไม่ได้บังคับเขา
เมื่อครู่เขาเพียงหุนหันชั่วขณะ ลืมไปว่าเฉินฉางอานนอกจากมีปัญญาหยั่งรู้สูงส่งแล้ว ยังเป็นจอหงวนอันดับหนึ่งในรอบพันปี ความสามารถทางวรรณศิลป์ก็เป็นเลิศไร้ผู้ใดเทียบ
หากพวกเขาทำให้จอหงวนละทางโลก เกรงว่าฝ่าบาทและแวดวงนักปราชญ์แห่งต้าหนิงคงไม่ปล่อยพวกเขาไว้แน่
เจ้าอาวาสประสานมือ เอ่ยว่า “ในเมื่อจอหงวนมิได้สนใจเรื่องนี้ อาตมาก็ไม่บังคับ นับแต่วันนี้เป็นต้นไป จอหงวนคือแขกผู้ทรงเกียรติที่สุดของวัดจิ้งอาน จะเข้าออกวิหารใดในวัดก็ได้ตามใจ วันหน้าหากจอหงวนมีสิ่งใดต้องการ วัดจิ้งอานทั้งวัดย่อมช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง...”
หากวันนี้จอหงวนไม่ยืนหยัดออกมา โต้จนพระสงฆ์เมืองอีพูดไม่ออก เหล่าพระในวัดจิ้งอานคงต้องอับอายขายหน้า
การเสียหน้าของพวกเขาไม่สำคัญ ที่สำคัญกว่านั้นคือ พุทธศาสนาแห่งต้าหนิงจะถูกสำนักฌานเมืองอีเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า
หากพระสงฆ์เมืองอีเป็นฝ่ายชนะ พวกเขาย่อมต้องประกาศเรื่องนี้ให้เลื่องลือไปทั่ว
ก่อนหน้านี้ พระชั้นสูงจากวัดต่าง ๆ ทั่วต้าหนิงล้วนถูกพวกเขาโต้จนไร้คำพูด วัดจิ้งอานซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหลวงมีฐานะสูงสุดในพุทธศาสนาแห่งต้าหนิง ทั้งยังเป็นปราการด่านสุดท้ายที่ขวางกั้นพระสงฆ์เมืองอีเหล่านี้
หากไม่มีจอหงวน วันนี้คงกลายเป็นวันอัปยศของพุทธศาสนาแห่งต้าหนิง
เจ้าอาวาสวัดจิ้งอานยื่นมือเชื้อเชิญ “ขอเชิญจอหงวนไปยังวิหารด้านหลัง อาตมามีข้อสงสัยเกี่ยวกับหลักธรรม อยากขอคำชี้แนะสักหน่อย...”
เฉินฉางอานประสานมือคารวะเจ้าอาวาสแล้วกล่าวว่า “ขอบคุณในน้ำใจของท่านเจ้าอาวาส แต่ข้ายังมีธุระบางอย่าง ขออำลาก่อน...”
