อีแท็กฮอนกินอาหารในจานอย่างใจเย็น เขามองนัมยูที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เห็นอีกฝ่ายเปลี่ยนจากท่าทีเจ้าสำราญไม่จริงจังอย่างทุกวัน พยายามเค้นความทรงจำเพื่อเล่าเรื่องใหม่ ๆ ที่ตัวเองรู้ให้หมด ราวกับตัวตลกในคณะละครสัตว์ที่งัดทุกกระบวนท่าออกมาเพียงเพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชม
“ผมเอาของขวัญมาให้ เพื่อฉลองที่คุณเข้ารอบชิงชนะเลิศ” อีแท็กฮอนขัดจังหวะคำพูดที่นัมยูกำลังพูดอยู่ คนตรงข้ามคล้ายเพิ่งได้สติ รู้ตัวว่าคืนนี้ตัวเองพูดมากเกินไปแล้ว นัมยูเหลือบมองอีแท็กฮอนที่สีหน้าไม่เปลี่ยน แล้วลอบถอนใจอย่างกังวล
ซอจีแอประหลาดใจ “ของขวัญเหรอ?”
อีแท็กฮอนคลายผ้าไหมที่ห่อกล่องของขวัญออก สร้อยคอไพลินที่อยู่ข้างในจึงปรากฏให้เห็น ซอจีแอดีใจมาก ของขวัญชิ้นนี้ราคาแพง แต่เธอไม่ได้ปฏิเสธ “สวยจัง ขอบคุณนะ ฉันชอบมาก ช่วยสวมให้หน่อยได้ไหม”
เธอหันหลัง เผยแผ่นหลังเนียนขาวกับลำคอเรียวระหง อีแท็กฮอนไม่เคยมีประสบการณ์สวมเครื่องประดับให้ใคร เขาจึงปลดตะขออย่างระมัดระวัง ก่อนลุกขึ้นขยับเข้าใกล้ซอจีแอ พยายามสวมสร้อยให้โดยไม่สัมผัสร่างกายเธอ
หลังปรับตำแหน่งอยู่ครู่หนึ่ง ซอจีแอก็หันกลับมา สร้อยคอไพลินที่อยู่บนลำคอของเธอดูหรูหราขึ้นมา เข้ากับชุดวันนี้เป็นอย่างดี เครื่องประดับงดงามเมื่ออยู่บนหญิงงาม สีของอัญมณีขับรับกับดวงตาของซอจีแอ เปล่งประกายระยิบระยับใต้แสงไฟ
ทำให้คนทั้งสองที่อยู่ตรงนั้นเผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ
ทุกอย่างเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติ หลังอีแท็กฮอนมอบของขวัญให้ ซอจีแอก็เริ่มชวนเขาคุยเล่น ทั้งสองพูดคุยกันเรื่องเทนนิสอยู่เป็นนาน นัมยูไม่ค่อยรู้เรื่องนี้ ต่อให้อยากแทรกสักสองสามคำก็ทำไม่ได้ ได้แต่นั่งกินอาหารเงียบ ๆ อย่างกระอักกระอ่วนอยู่ฝั่งตรงข้าม
