เดือนมีนาคมเป็นฤดูกาลที่ดอกซากุระบานสะพรั่งทั่วกรุงโซล รอบสนามเทนนิสมีต้นซากุระเก่าแก่มากมายที่ย้ายมาปลูกไว้ และกำลังผลิดอกบานสะพรั่งเป็นพิเศษ ช่อดอกหนาทึบและกิ่งก้านใหญ่ช่วยบดบังสายตาของผู้คนภายนอกที่ลอบมองเข้ามา ตอบโจทย์ความเป็นส่วนตัวของเหล่าชนชั้นสูงได้เป็นอย่างดี
ทว่าทัศนียภาพงดงามเช่นนี้กลับไม่มีใครชื่นชมในเวลานี้
ผู้จัดการอาวุโสของโรงแรมหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าสูท เช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก ก่อนก้มคำนับอีแท็กฮอนที่นั่งดื่มอเมริกาโน่เย็นอยู่ใต้ร่มกันแดดด้วยท่าทางหวาดหวั่น ยิ่งพูดเสียงก็ยิ่งเบาลง “ขออภัยครับคุณชาย วันนี้โค้ชเทนนิสลาหยุด ทางเราหาคู่ซ้อมคนอื่นมาแทนในเวลาอันสั้นไม่ได้…”
อีแท็กฮอนนั่งอยู่บนเก้าอี้ เขาไม่พูดอะไรสักคำ ผู้จัดการอาวุโสจึงไม่กล้ายืดตัวขึ้น แต่ยิ่งไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ก็ยิ่งหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทาอย่างแทบสังเกตไม่เห็น
ลูกน้องรายงานเขาว่า ลูกชายคนเล็กของท่านประธานกลุ่มอาทิตย์อุทัยมาถึงสนามเทนนิสของโรงแรมตอนบ่ายสามโมง เขารีบโทรหาโค้ชเทนนิสแทบจะทันที แต่กลับได้ข่าวชวนสิ้นหวังว่าอีกฝ่ายประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อวาน เข้ารับการผ่าตัดและกำลังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนโค้ชอีกคนก็เดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวแท้ ๆ ไม่คิดว่าจะมีแขกคนสำคัญมาเยือนเสียได้
เรื่องที่อีแท็กฮอนชอบเล่นเทนนิสเป็นที่รู้กันทั่วในแวดวงคนรวย ในฐานะหนึ่งในทายาทของกลุ่มอาทิตย์อุทัย เขาเกิดมาพร้อมช้อนเงินช้อนทอง แววตาและสีหน้าจึงเต็มไปด้วยความเบื่อหน่ายของคนที่ได้ทุกอย่างตามต้องการ ผสมกับท่าทีสูงส่งเหนือผู้อื่น ผู้จัดการอาวุโสเพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งได้ไม่นาน ยังไม่ค่อยมีโอกาสได้ติดต่อกับอีแท็กฮอน แต่ได้ยินเรื่องนิสัยร้ายกาจของเขามาตลอด ท่าทีเงียบงันในตอนนี้ยิ่งทำให้ใจคอไม่ดี
โรงแรมแห่งนี้เป็นหนึ่งในบริษัทลูกของกลุ่มอาทิตย์อุทัย แค่งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังทำไม่สำเร็จ ไม่รู้ต่อจากนี้จะต้องเผชิญกับบทลงโทษแบบไหน หากพลาดพลั้งจนต้องเสียงานที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้ไป…
ยิ่งจินตนาการต่อไป ใจก็ยิ่งหวาดหวั่น
อีแท็กฮอนวางกาแฟลงแล้วลุกขึ้นนั่ง เขาสวมเสื้อโปโลคอสีดำกับกางเกงขาสั้นกีฬาและรองเท้ากีฬา ดูเรียบง่ายไม่สะดุดตา แต่หากสังเกตให้ดีจะพบว่าเสื้อของเขาเป็นคอลเลกชันใหม่ล่าสุดจากแบรนด์หรูประจำต้นฤดูใบไม้ผลิปีนี้
อีแท็กฮอนหมุนคอไปมาแล้วพูดอย่างเย็นชา “ในเมื่อไม่มีใครเล่นเป็นเพื่อนฉัน… งั้นคุณเล่นเป็นไหม?”
สายตาเย็นชาของเขาจับจ้องไปยังผู้จัดการอาวุโส แววตาเผยความมุ่งร้ายออกมาเล็กน้อย หากเป็นเวลาอื่น อีแท็กฮอนคงหันหลังเดินจากไปนานแล้ว แต่น่าเสียดายที่วันนี้เขาอารมณ์ไม่ดี เพิ่งทะเลาะกับพ่อมาเมื่อครู่นี้ จึงอยากตีลูกระบายอารมณ์เท่านั้น ไม่คิดว่าสนามเทนนิสแห่งนี้จะขัดสนถึงขั้นไม่มีแม้แต่คู่ซ้อมสักสองคน
ผู้จัดการอาวุโสชะงักไป “เอ่อ… คุณชายครับ ผมเล่นไม่เป็นครับ” ปกติเขานั่งทำงานอยู่ในสำนักงาน ยุ่งจนแทบไม่มีเวลาหายใจ จะเอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกาย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเล่นเทนนิส
อีแท็กฮอนยกมุมปากเล็กน้อย ชูไม้เทนนิสชี้ไปยังฝั่งตรงข้าม “ไม่ต้องเล่นเป็นหรอก แค่ไปยืนฝั่งตรงข้ามแล้วช่วยฉันฝึกความแม่นยำก็พอ”
พูดอีกอย่างก็คือ ให้คนไปยืนฝั่งตรงข้ามแล้วใช้ร่างกายรับลูก ลูกเทนนิสที่ถูกตีด้วยมุมและแรงที่เหมาะสมจะหมุนด้วยความเร็วสูง หากร่างกายคนรับเข้าเต็ม ๆ ย่อมต้องถูกอัดจนตัวเขียวช้ำไปทั้งตัว
อีแท็กฮอนจงใจทำเช่นนั้น แต่ถึงผู้รับผิดชอบจะรู้ว่าเขาจงใจ ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะอีกฝ่ายเพียงพูดลอย ๆ ไม่กี่คำก็ทำให้เขาตกงานได้ หรือถึงขั้นอยู่ในโซลต่อไปไม่ได้ด้วยซ้ำ
เมื่อนึกถึงเงินกู้ธนาคารที่ติดค้างหลังซื้อบ้าน แล้วก็นึกถึงลูกสาวที่กำลังเรียนอยู่โรงเรียนนานาชาติชินชอน เขาก็ปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร ขอแค่คุณชายระบายอารมณ์เสร็จ ก็คงไม่จดจำคนตัวเล็ก ๆ อย่างเขาได้ หลังจากนั้นทุกอย่างก็คงกลับไปสงบเหมือนเดิม
ผู้จัดการอาวุโสให้กำลังใจตัวเองเงียบ ๆ ในใจ เผยรอยยิ้มประจบเอาใจ พลางรีบวิ่งไปโดยไม่กล้าชักช้า “ได้ครับ ได้ครับ แค่ไปยืนฝั่งตรงข้ามใช่ไหมครับ?”
รอยยิ้มประจบของผู้จัดการอาวุโสทำให้อีแท็กฮอนรู้สึกคลื่นไส้ เขากดเปลือกตาลงอย่างเบื่อหน่าย มือซ้ายโยนลูกเทนนิสขึ้นไป ส่วนมือขวาตวัดไม้เต็มแรง เล็งไปที่ใบหน้าของผู้รับผิดชอบ
เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่กล้าหลบ และก็เป็นอย่างที่คิด ผู้จัดการอาวุโสไม่กล้าหลบ เพียงหลับตาแน่นด้วยความประหม่า สันจมูกของเขารับลูกเทนนิสเข้าเต็ม ๆ จนเลือดไหลและร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ไม่กล้าเช็ดเลือด กลับวิ่งไปเก็บลูกเทนนิสที่ตกอยู่บนพื้น แล้วยื่นให้แก่อีแท็กฮอนด้วยสองมือ พร้อมกล่าวชมว่า “คุณชายฝีมือการเล่นพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เลยนะครับ”
อีแท็กฮอนยกมุมปาก “เราเคยเจอกันมาก่อนหรือ?”
ผู้จัดการอาวุโสชะงักไป ก่อนจะส่ายหน้าอย่างแข็งทื่อ
“แล้วคุณรู้ได้ยังไงว่าฝีมือฉันพัฒนาขึ้นจากเมื่อก่อน?” อีแท็กฮอนไม่ยอมปล่อยผ่าน เขาก้มมองลูกเทนนิสที่เปื้อนเลือดอย่างเชื่องช้า แล้วเบือนหน้าหนีด้วยความรังเกียจ “หรือว่าคุณกำลังโกหกฉัน?”
ผู้จัดการอาวุโสไม่รู้จะตอบอย่างไร หากบอกว่าไม่เคยเห็น อีแท็กฮอนคงบอกว่าเขาชมทั้งที่ไม่ได้คิดเช่นนั้น แต่ถ้าบอกว่าเคยเห็น ก็ต้องถูกถามต่อว่าเห็นเมื่อไร รู้อย่างนี้ไม่น่าพูดมากเลย แล้วตอนนี้ควรทำอย่างไรดี…
“สนามนี้มีคนจองไว้ทั้งหมดหรือเปล่าคะ?” เสียงแปลกหน้าดังขึ้น ทำลายบรรยากาศที่แทบจะแข็งค้างอยู่ในขณะนั้น
อีแท็กฮอนกับผู้จัดการอาวุโสหันไปตามเสียงโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวสวมหมวกแก๊ปสีขาว ผมสั้น สวมกระโปรงกางเกงเทนนิสสีชมพูอ่อน สะพายกระเป๋าเทนนิสไว้บนไหล่ซ้าย เธอมองมาทางพวกเขาด้วยความสงสัย
แม้หมวกจะบังจนมองไม่เห็นใบหน้าของเธอ แต่เธอดูสูงกว่าหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร รูปร่างสูงโปร่ง ขายาว ข้อมือยาว ผิวขาว แขนและขาที่โผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาสมส่วน ไม่ได้ผอมแห้ง แต่มีมัดกล้ามเนื้อเป็นเส้นสายงดงาม แม้ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร แค่มองแวบแรกก็รู้ว่าเป็นสาวงาม
อีแท็กฮอนกวาดตามองเสื้อผ้าของเธอโดยไม่รู้ตัว แล้วมั่นใจว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาจากชนชั้นล่าง
ดวงตาของผู้จัดการอาวุโสเป็นประกาย เขากระซิบบอกอีแท็กฮอนว่า “คุณซอคนนี้เป็นแขกที่เข้าพักในโรงแรมตั้งแต่เดือนที่แล้วครับ เธอลงมาเล่นเทนนิสอยู่บ่อย ๆ คุณชายกำลังขาดคู่ซ้อม ให้ผมไปถามเธอไหมครับ?”
อีแท็กฮอนไม่พูดอะไร แต่การไม่พูดก็เท่ากับยินยอม ผู้จัดการอาวุโสหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาปิดจมูกที่ยังเลือดไหล แล้ววิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหา “ต้องขออภัยด้วยครับ วันนี้โค้ชหยุดงาน”
เสียงของหญิงสาวอ่อนโยน ในถ้อยคำเจือความเสียดายอยู่เล็กน้อย แต่เธอก็เข้าอกเข้าใจเป็นอย่างดี “อย่างนี้นี่เอง บังเอิญจังเลยนะคะ งั้นฉันค่อยมาใหม่วันอื่นแล้วกันค่ะ”
“ไม่ ๆ ครับ คุณมาแล้ว จะปล่อยให้กลับไปอย่างผิดหวังได้ยังไง” ผู้จัดการอาวุโสกลัวว่าเธอจะจากไป “แขกท่านนั้นก็กำลังกลุ้มใจที่ไม่มีคนเล่นเทนนิสด้วยพอดี ไม่ทราบว่าสองท่านจะเล่นด้วยกัน แล้วแลกเปลี่ยนฝีมือกันสักหน่อยได้ไหมครับ?”
ผู้จัดการอาวุโสไม่ได้บอกเธอว่าอีแท็กฮอนเป็นใคร หญิงสาวลังเลเล็กน้อย สายตาเลยผ่านเขาไปสบกับอีแท็กฮอนที่อยู่ไกล ๆ เธอโบกมือให้ “เฮ้ เล่นด้วยกันไหมคะ?”
อีแท็กฮอนข่มความหงุดหงิดในใจไว้ สายตาจับจ้องเธออย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนนิ่งไปสองวินาทีแล้วพยักหน้า
หญิงสาววางกระเป๋าเทนนิสลง หยิบไม้เทนนิสกับลูกเทนนิสของตัวเองออกมา อีแท็กฮอนตั้งท่ารอรับลูก ยึดหลักให้เกียรติสุภาพสตรี จึงปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายเสิร์ฟก่อน เดิมทีเขาไม่ได้คาดหวังฝีมือของเธอมากนัก แค่คิดว่าหาใครสักคนมาเล่นด้วยก็พอแล้ว แรงของผู้ชายกับผู้หญิงต่างกันมาก อีกทั้งเทนนิสเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความอดทน ยิ่งเล่นนาน ความแตกต่างก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
หญิงสาวที่ผู้จัดการอาวุโสเรียกว่าคุณซอเสิร์ฟลูกได้อย่างคล่องแคล่ว ที่น่าแปลกใจคือทั้งสองคนผลัดกันรุกผลัดกันรับ อีแท็กฮอนตีลูกด้วยโฟร์แฮนด์ ส่งลูกไปด้วยมุมที่รับมือได้ยาก เขาคิดว่าอีกฝ่ายคงตีไม่ทัน แต่หญิงสาวดูเหมือนคาดเดาทิศทางของเขาไว้ล่วงหน้าแล้ว เธอตัดลูกโต้กลับมาทางฝั่งของเขาได้สำเร็จ
ยิ่งเล่นไป อีแท็กฮอนก็ยิ่งจริงจัง ผู้จัดการอาวุโสเรียกคนมาช่วยนับคะแนน เมื่อเข้าสู่แต้มตัดสิน เสื้อผ้าของอีแท็กฮอนกับหญิงสาวแทบชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทั้งคู่หอบหายใจเล็กน้อย
อีแท็กฮอนพักหายใจครู่หนึ่ง ก่อนสูดลมหายใจลึกแล้วเสิร์ฟลูกออกไป หญิงสาวถอยหลังไปสองสามก้าว แล้วตีลูกโด่งข้ามตาข่ายกลับมาอย่างสง่างาม อีแท็กฮอนตีลูกด้วยแบ็กแฮนด์ ส่งลูกเฉียดมุมสนามอีกครั้ง
ผู้จัดการอาวุโสเริ่มตื่นเต้น เมื่อเห็นคุณซอวิ่งไปหาลูกอย่างรวดเร็ว แล้วใช้ปลายไม้เทนนิสตีลูกกลับมา ทว่ามุมเบี่ยงไปเล็กน้อย และดูจากสายตาแล้วความสูงก็ไม่น่าจะพอ ทุกคนในสนามกลั้นหายใจ คิดว่าอีแท็กฮอนจะชนะแล้ว
แต่สุดท้ายลูกเทนนิสกลับเฉี่ยวตาข่าย ก่อนจะตกลงฝั่งของอีแท็กฮอนอย่างเชื่องช้า เป็นลูกที่สัมผัสตาข่ายพอดี อีแท็กฮอนคิดว่าเธอตีข้ามมาไม่ได้ จึงไม่ได้คิดจะวิ่งไปรับ ทั้งสองเล่นกันมาหนึ่งชั่วโมง ระหว่างนั้นไม่มีใครเอ่ยปากขอพัก โชคดีที่ในที่สุดก็รู้ผลแพ้ชนะเสียที
