ค่ำคืนนั้นมืดมิด เพื่อประหยัดเวลา หลินฮวนตัดสินใจเหมารถส่วนตัวในราคาแพงข้างทาง มุ่งหน้าสู่เมืองจิงหนานทันที
ตลอดการเดินทาง บรรยากาศภายในรถค่อนข้างเงียบงัน
คิ้วของหลินเสวี่ยไม่ได้คลายออกเลย
ในโลกทัศน์ของเธอ เงินเก็บเป็นแสน การเปิดบริษัทหรือเป็นเจ้าของกิจการ เป็นคำที่ไกลเกินตัวเด็กบ้านนอกเพิ่งอายุสิบแปดมาก ไกลจนรู้สึกเหมือนฝันและน่ากลัวอยู่ลึก ๆ
แต่เธอก็ไม่ได้เอะอะโวยวาย
ด้วยความเชื่อใจในตัวน้องชาย เธอจึงยอมขึ้นรถตามมา
ส่วนเรื่องทั้งหมดจะเป็นจริงหรือไม่ ก็ต้องรอให้ไปถึงที่ ได้เห็นบริษัทนั้นกับตาตัวเองก่อน ถึงจะรู้แน่
“เสี่ยวฮวน พี่ไม่แปลกใจที่นายเล่นคอมเป็น แต่นายไปเอาความสามารถทำซอฟต์แวร์มาขายได้ยังไง” ในที่สุดหลินเสวี่ยก็อดไม่ไหว เอ่ยถามเสียงเบา
หลินฮวนเตรียมคำตอบไว้แล้ว เขาเอนหลังพิงเบาะ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ช่วงที่ผ่านมาผมรู้จักอาจารย์มหาวิทยาลัยที่เก่งมากคนหนึ่งทางเน็ต เขาเห็นว่าผมคิดอะไรคล่อง เลยรับเป็นลูกศิษย์ ซอฟต์แวร์หาเงินตัวนี้ก็เป็นเขาพาผมทำนี่แหละ”
หลินเสวี่ยไม่เข้าใจหลักการพื้นฐานของโลกอินเทอร์เน็ต แต่เธอเข้าใจความหมายของคำว่า “อาจารย์มหาวิทยาลัย” ทำให้รู้สึกเบาใจขึ้นบ้าง
เมื่อเห็นว่าพี่สาวไม่ซักถามต่อ หลินฮวนก็หันไปมองวิวยามราตรีที่เลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ในชาติก่อน เพราะค่าเทอมของเขาและค่ารักษาพยาบาลของแม่ พี่สาวต้องทนทุกข์อยู่ในคาราโอเกะเยี่ยเซ่อ
สังคมและสภาพแวดล้อมที่คนเราอยู่จะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวตนไปโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้เขามีความสามารถแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือตัดวงจรโศกนาฏกรรมที่จะเกิดขึ้นในเส้นทางชีวิตนี้ทิ้งเสีย
ตีหนึ่งครึ่ง ในที่สุดรถก็แล่นเข้าสู่ตัวเมืองจิงหนาน
