“เจ้าสำนักกู้!”
จ้าวอู๋จี๋เอ่ยแทรกขึ้นอย่างแข็งกร้าว ก่อนหันไปทางหลี่เทียนหรง
“ผู้อาวุโสหลี่ การประลองบนเวที อาวุธไร้ความปรานี ตราบใดอยู่ภายใต้กฎกติกา ผู้ใดด้อยฝีมือ ชีวิตและความตายก็แล้วแต่โชคชะตา”
“ส่วนหลิงอวิ๋นคนนี้ นับว่าอวดดีล่วงเกินไร้ความเคารพผู้ใหญ่ ทุกสิ่งให้รอหลังงานทำเนียบขุนเขาสิ้นสุดค่อยว่ากัน”
หลี่เทียนหรงได้ยินดังนั้น สีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด
แต่จ้าวอู๋จี๋ได้กล่าวสรุปแล้ว ภายใต้สายตาจับจ้องมากมาย นางจึงจำต้องยอมถอย
“หลิงอวิ๋นชนะ! โจวโกว...คัดออก!”
กรรมการรีบประกาศผล นับเป็นทางลงให้หลี่เทียนหรง
หลิงอวิ๋นประสานมือคารวะไปทางเจ้าสำนักกู้เพื่อแสดงความขอบคุณ จากนั้นชำเลืองมองหลี่เทียนหรงที่เหาะจากไปกลางอากาศ
“หลี่เทียนหรง การข่มเหงข้าถึงสองครั้งในวันนี้ หลิงอวิ๋นข้าจดจำไว้ วันหน้าจะมอบบทเรียนที่มิอาจลืมชั่วชีวิตให้เจ้า”
หลังเหตุการณ์แทรก การแข่งขันรอบพิเศษดำเนินต่อ
ครานี้เป็นรอบคัดเจ็ดจากสิบสามของสายสีแดง
ฉู่เทียนหยางและเยี่ยเมิ่งเยียนยังคงผ่านเข้าสู่รอบต่อไปอย่างไร้ข้อกังขา
เมื่อทั้งหกกลุ่มประลองเสร็จสิ้น ฟ้าพลบค่ำลงโดยสมบูรณ์
“ทุกท่าน!”
หลี่เทียนหรงจัดการอารมณ์ของตนเรียบร้อยแล้ว เสียงหวานยั่วยวนกดทับเสียงอึกทึกทั่วทั้งสนาม
“หลังการแข่งขันสองวัน สายสีแดงเหลือเจ็ดคน สายสีดำเหลือสิบหกคน”
“บัดนี้ สมญาทำเนียบขุนเขาทั้งยี่สิบสามผู้แกร่งแห่งปีนี้ได้ถือกำเนิดครบถ้วน”
“ด้วยฟ้ามืดค่ำแล้ว การประลองที่เหลือจะจัดขึ้นในวันรุ่งขึ้น เชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านไปร่วมรับประทานอาหาร ณ โถงสากลตำหนักหงส์แดง”
