“?????”
ฉู่เทียนหยางมองหลิงอวิ๋นเหมือนมองคนโง่
ถ้าไม่ใช่เพราะแต้มบนหัวของเจ้าหมอนี่เป็นศูนย์ เขาลงมือไปแล้ว
“โอ้ ขอโทษที ลืมแนะนำตัว ข้าหลิงอวิ๋น” หลิงอวิ๋นกล่าว
“เป็นเจ้า?!”
ดวงตาของฉู่เทียนหยางเปล่งประกายแสงน่าสะพรึงกลัวออกมาสองสาย!
วันนั้น หลังจากที่ฉู่เฉินขาด้วนสองข้าง เขาสั่งให้โจวโกวไปจับหลิงอวิ๋น แต่โจวโกวกลับเอาแค่ตัวอักษร ‘หลี่’ ตัวเดียวกลับมาให้เขา
ในใจเขารู้สึกผิด จึงหยุดปฏิบัติการต่อหลิงอวิ๋นชั่วคราว
เขากะว่าจะรอหลังจากศึกชิงทำเนียบขุนเขาจบแล้วค่อยลองหยั่งเชิงหลิงอวิ๋น ดูว่าหลิงอวิ๋นรู้อะไรมาบ้าง
“คุณชายใหญ่ฉู่ เจ้าคงจะสงสัยว่าทำไมข้าถึงกล้ามาหาเจ้า รับไป!”
หลิงอวิ๋นขว้างศิลาบันทึกภาพก้อนหนึ่งให้ฉู่เทียนหยาง
ฉู่เทียนหยางรับไว้ด้วยความสงสัย แล้วปล่อยพลังปราณเข้าไป!
ภาพในศิลาบันทึกภาพเพิ่งจะปรากฏ!
ศิลาบันทึกภาพก้อนนั้นก็ระเบิดแตกในมือของฉู่เทียนหยาง
จากนั้น ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของฉู่เทียนหยางก็บิดเบี้ยวและน่าเกลียดน่ากลัวอย่างเห็นได้ชัด!
เขาจ้องหลิงอวิ๋นด้วยดวงตาสีแดงก่ำ ความคิดสังหารที่เกือบกลายเป็นรูปธรรมพลุ่งพล่าน
แต่หลิงอวิ๋นกลับมีสีหน้าผ่อนคลาย กล่าวว่า “คุณชายใหญ่ฉู่ อย่าตื่นเต้นไปนักเลย เจ้าสังหารข้าในค่ายกลสังหารอสูรนี้ก็ไร้ความหมาย”
“และถึงแม้จะออกจากค่ายกลสังหารอสูรแล้ว เจ้าก็อย่าได้คิดมาหาข้าเลย ข้าได้เก็บสำเนาศิลาบันทึกภาพนั้นไว้หลายชุด ซ่อนไว้ในที่ต่าง ๆ กัน”
“หากข้าเกิดเรื่องขึ้นมา จะมีคนไปขุดมันออกมา”
