หลิงอวิ๋นและฮวาอวี่เพิ่งร่อนลงพื้น ก้อนหินมหึมาก็ตกลงมาตรงทางเข้าสุสาน
ทั้งสุสานจึงถูกผนึกปิดตายในบัดดล!
แล้วตะเกียงนิรันดร์ที่ลุกไหม้มายาวนานก็ดับวูบลง
ทั่วสุสานตกอยู่ในความมืดมิด
ทว่าหลิงอวิ๋นไม่ทันใส่ใจเรื่องพวกนี้ เขารีบวางร่างของฮวาอวี่ลงบนพื้นราบ
จากนั้นก็หยิบหินไฟออกมาส่อง
เพียงแค่มอง ภาพตรงหน้าก็ทำให้หัวใจหลิงอวิ๋นกระตุกวาบ ฮวาอวี่ในตอนนี้มีเลือดไหลซึมจากทวารทั้งเจ็ด ใบหน้าซีดเซียวจนน่าหวาดกลัว ลมหายใจรวยรินราวเส้นไหมบางเบา
หากไม่ใช่เพราะชุดเกราะขั้นปฐพีที่นางสวมอยู่ เกรงว่าฮวาอวี่คงสิ้นใจไปแล้ว
“ฮวาอวี่ เจ้าต้องไม่ตายนะ เจ้าต้องไม่ตาย!”
หลิงอวิ๋นรีบคว้ายาลูกกลอนรักษาแผลชั้นดีที่สุดออกมา ยัดใส่ปากนางทันที
จากนั้นหลิงอวิ๋นก็เร่งปราณแท้ นำพาฤทธิ์ยาให้กระจายซึมเข้าสู่ร่างของฮวาอวี่
โชคดีที่มันคือยาลูกกลอนรักษาแผลซึ่งผู้แข็งแกร่งขั้นอู่หวงเตรียมไว้ ฤทธิ์ยาจึงยอดเยี่ยมนัก อาการบาดเจ็บของฮวาอวี่ค่อย ๆ ทรงตัวได้อย่างหวุดหวิด
หลิงอวิ๋นถอนหายใจโล่งอก
แต่ในตอนนั้นเอง
หลิงอวิ๋นรู้สึกได้ถึงบางอย่าง ฝ่ามือหนึ่งวางลงบนบ่าของเขา
“!!!!”
วิญญาณหลิงอวิ๋นแทบกระเจิงออกนอกร่าง!
ทั่วร่างเย็นเยียบราวร่วงลงสู่ห้วงน้ำแข็ง!
ทว่า!
เขารออยู่ครู่ใหญ่ ฝ่ามือที่วางบนบ่ากลับไม่มีทีท่าจะเคลื่อนไหวอะไรต่อ
หลิงอวิ๋นค่อย ๆ เอี้ยวศีรษะไปมองด้วยความระวัง แล้วก็เห็นฝ่ามือขาวซีดข้างหนึ่ง
มองเลยตามฝ่ามือไป ก็พบกับแขนเสื้อสีแดงอันเก่าคร่ำคร่า
สายตาเงยขึ้นไปอีก ก็พบกับศพผีหญิงผู้มีใบหน้าซีดขาว ริมฝีปากสีแดงฉาน มันแนบอยู่กับขอบโลงหิน จ้องมองเขาอยู่นิ่ง
ลำคอของหลิงอวิ๋นกระตุก เขายกกระบี่อสนีบาตขึ้นหมายจะปัดฝ่ามือบนบ่าทิ้ง
แต่…
พอเขาเคลื่อนไหว ศพผีก็ผวาลุกขึ้นนั่งในโลงหินทันที เผยให้เห็นร่างท่อนบน แล้วฝ่ามือนั่นก็ยังคงเกาะบ่าเขาไว้แน่นไม่ปล่อย
