เมิ่งลี้เยว่ใช้เวลาครู่หนึ่งทำความเข้าใจความหมายในคำพูดของหลี่ฝู่เจิง ก่อนจะหันหน้าไปสบดวงตาดำสนิทของเขา “แม่...เธอรู้ได้ยังไง?”
ในท้องถิ่นแถบนี้ คู่รักหลายคู่จะเปลี่ยนคำเรียกหลังจากจัดงานแต่งอย่างเป็นทางการแล้ว เมิ่งลี้เยว่เองก็เคยคิดว่าจะรอให้ถึงตอนนั้น เมื่อมีเวลาค่อยทำเช่นนี้หลังจากจัดงานแต่ง
แต่ช่วงที่ผ่านมา เธอสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าแม่ของหลี่ฝู่เจิงดีกับเธอมาก และมองเธอเป็นลูกสาวของตัวเองมาตั้งแต่แรก
บางทีประเพณีที่ผู้คนยึดถือกันมาจนเคยชินก็ไม่จำเป็นต้องทำตามทั้งหมด
หลังจากเธอถามออกไป ก็รู้สึกได้ว่าแขนที่โอบเอวเธออยู่กระชับแน่นขึ้น
“ก่อนหน้านี้มีบางเรื่องที่ผมไม่มีโอกาสเล่าให้คุณฟังอย่างละเอียด”
หลี่ฝู่เจิงยังคงแนบชิดเธอ พูดเนิบช้า “ตอนนั้นผมยืนกรานจะไปเรียนบินที่ต่างประเทศ แรก ๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่ลงทุนเงินในอุตสาหกรรมนี้ไปมากขนาดนั้น”
หลังสามีเสียชีวิต คุณนายเสิ่นเจี๋ยไม่ได้จมอยู่กับความเศร้าโศกนานนัก กิจการของเธอกลับเจริญรุ่งเรือง เธอรู้ดีว่าความฝันทั้งชีวิตของลูกชายคืออะไร เพียงแต่ไม่อาจยอมให้เขาต้องเสี่ยงชีวิตอยู่ตลอดเวลาอีกต่อไป
การยอมรับที่หลี่ฝู่เจิงเลือกเส้นทางการบินพลเรือนนั้น เป็นขีดจำกัดที่เธอในฐานะแม่ยอมรับได้แล้ว
เมื่อลูกชายไปเรียนบินที่ต่างประเทศ คุณนายเสิ่นก็ไม่ได้อยู่เฉย เริ่มช่วยสนับสนุนความฝันของลูกชายด้วยวิธีอีกแบบหนึ่ง
เธอลงทุนและกลายเป็นผู้ถือหุ้นของสายการบิน จึงมีสิทธิ์มีเสียงอยู่บ้าง แต่คุณนายเสิ่นเจี๋ยไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายมากนัก เพียงทำให้หลี่ฝู่เจิงมีโอกาสก้าวหน้าได้ราบรื่นกว่านักบินหนุ่มคนอื่น ๆ เมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วน
