“ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอก…”
“ถ้าอย่างนั้น จะกลับบ้านได้กี่โมง? ให้ผมไปรับไหม?”
ตอนนี้หลี่ฝู่เจิงยิ่งเห็นคุณค่าของตารางบินที่ไปกลับได้ภายในวันเดียวมากขึ้นเรื่อย ๆ ขอแค่ไม่เจอเที่ยวบินล่าช้า ไม่ต้องค้างคืนต่างเมือง และไม่ใช่เส้นทางระหว่างประเทศ ออกจากบ้านตอนเช้า กลับถึงบ้านตอนกลางคืน ต่อให้ดึกแค่ไหนก็ตาม…
ถึงจะทำอะไรไม่ได้ แค่ได้กอดเมิ่งลี้เยว่นอน ก็ยังดีกว่าต้องอยู่คนเดียวในห้องโรงแรม
เรื่องที่แต่ก่อนไม่เคยใส่ใจ ตอนนี้ในที่สุดก็เข้าใจแล้ว อีกทั้งยังซาบซึ้งกับความหมายของคำว่า ‘ใจลอยอยากกลับบ้าน’ อย่างลึกซึ้ง
“อีกเดี๋ยวก็กลับแล้วค่ะ”
พอได้ยินเมิ่งลี้เยว่พูดแบบนั้น มุมปากของหลี่ฝู่เจิงก็ยกขึ้นเล็กน้อยในที่สุด “ผมรออยู่ที่บ้านนะ”
ผู้ช่วยนักบินที่นั่งอยู่ด้านหลัง บินกับเขามาตลอดทั้งวันและเคยเห็นเขาทำหน้าเคร่งขรึมไม่ยิ้มไม่พูด ในที่สุดก็เชื่อข่าวลือที่เคยได้ยินมาอย่างสนิทใจ
ใคร ๆ ก็พูดกันว่า กัปตันหลี่ไม่ชอบคุยเล่นในห้องนักบิน เพราะเดี๋ยวนี้มีการสุ่มตรวจบันทึกเสียงเป็นระยะ ไม่หาเรื่องใส่ตัวจะดีกว่า
แต่ถ้าคุยกับเขาเรื่องภรรยา…
กัปตันหลี่ก็จะเลิกทำตัวเย็นชาทันที
…
เมิ่งลี้เยว่วางโทรศัพท์ลง แล้วมองสิงตงอี้ตาเป็นประกาย
เธอหัวเราะเยาะ พลางโบกมือ “รีบกลับไปเถอะ ไม่อย่างนั้นสามีคุณได้เอาความแค้นนี้มาโยนใส่ฉันอีก”
“แฮะ ๆ…”
ก่อนกลับบ้าน เมิ่งลี้เยว่จงใจพูดเพิ่มอีกประโยค “คุณฝูจ้าวน่ะ ทุกสุดสัปดาห์ก็กลับมาจากเซี่ยงไฮ้ตลอด ตกลงว่าทำไปเพื่ออะไรกันแน่?”
ไม่รอให้สิงตงอี้ตอบ เธอก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เตรียมตัวกลับ
