คนรอบโซฟาต่างมองพวกเขา ตั้งแต่หลี่ฝู่เจิงพาเมิ่งลี้เยว่เข้ามาในคืนนี้ ทุกคนก็ได้เห็นเขาในแบบที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
คนที่อยู่ที่นี่แทบทั้งหมดเติบโตมาด้วยกันในบริเวณเดียวกัน ไม่ว่าจะสนิทกันมากน้อยแค่ไหน ต่างก็รู้สึกว่าสภาพของหลี่ฝู่เจิงในตอนนี้ช่างแปลกใหม่เหลือเกิน
ปกติแล้ว หลี่ฝู่เจิงไม่ได้เคร่งขรึมเย็นชาเหมือนฉือจื้อ แต่ส่วนใหญ่ก็แค่สุภาพอย่างห่างเหิน วางตัวสบาย ๆ ตามใจตัวเอง ราวกับไม่มีอะไรที่คู่ควรแก่การใส่ใจ
มีเพียงตอนนี้เท่านั้นที่หลี่ฝู่เจิงวางแขนพาดพนักโซฟาด้านหลังเมิ่งลี้เยว่ กักเธอไว้ในอาณาเขตของตัวเอง ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เด็ดขาด
แม้แต่ตอนเล่นเกมครั้งนี้ เขายังเปลี่ยนกติกาอย่างเปิดเผย ส่วนใหญ่ก็ปกป้องเธอ จนกระทั่งถึงตาที่เขามีสิทธิ์ลงโทษ ถึงได้รอให้เมิ่งลี้เยว่แพ้สักรอบ...
พวกเขาต่างก็สงสัยว่า เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมมากมายขนาดนี้ไปเพื่ออะไรกันแน่
น่าเสียดายที่หลี่ฝู่เจิงไม่ได้คิดจะทำให้คนอื่นสมหวัง
เขาแนบชิดข้างหูเมิ่งลี้เยว่ ลดเสียงลงจนมีเพียงพวกเขาสองคนที่ได้ยิน น้ำเสียงทุ้มต่ำลึกล้ำ “ชอบฉันไหม”
ไอร้อนแนบผิวแผ่ซ่านไปทั่ว ก่อให้เกิดความซาบซ่านคันยุบยิบไม่รู้จบ ต่อให้แสงไฟจะสลัว เธอก็รู้ว่าตัวเองคงหน้าแดงจนเห็นได้ชัดแน่ ๆ
ตั้งแต่แต่งงานกันมาจนถึงตอนนี้ เดิมทีเธอคิดว่าปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้ดำเนินไปอย่างลอย ๆ อีกแล้ว ทว่าระหว่างพวกเขายังมีคำพูดบางอย่างที่ไม่เคยเอ่ยออกมา
หลี่ฝู่เจิงจ้องมองผู้หญิงในอ้อมแขน ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมาก แววตาของเขาลึกล้ำ ไม่เปิดโอกาสให้เธอหลบเลี่ยง
