เมิ่งลี้เยว่รู้สึกโชคดีที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่ต่อหน้าหลี่ฝู่เจิง ต่อให้ใบหน้าแดงจนแทบลุกเป็นไฟ ก็ยังซ่อนอารมณ์ได้อย่างมิดชิด ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะจับได้ว่าเธอกำลังเขินอาย
เขาแค่พูดประโยคธรรมดา ๆ ออกมาอย่างไม่ใส่ใจ แต่เธอกลับได้รับผลกระทบถึงเพียงนี้ ช่างไม่มีความสามารถเอาเสียเลย
“ฉัน... ฉันแค่รู้สึกว่าคุณไม่ได้ทำอะไรผิด” ท้ายที่สุดเมิ่งลี้เยว่ก็ไม่กล้าตอบตรง ๆ จึงวางท่าทีจริงจังแทน
“อืม ขอบคุณที่พูดเพื่อความยุติธรรม” น้ำเสียงของเขาฟังดูเกียจคร้านเล็กน้อย ปลายเสียงทอดยาวอย่างผ่อนคลาย เผยความเซ็กซี่ไร้ขอบเขต เมิ่งลี้เยว่รู้สึกเสียดายขึ้นมาอีกนิด ถ้าได้ยินเสียงแบบนี้ต่อหน้า ไม่ใช่ผ่านโทรศัพท์ก็คงดี...
หลังวางสาย หลี่ฝู่เจิงก็ลุกจากเตียงไปเปิดน้ำดื่ม เขาพิงโต๊ะที่อยู่ด้านหลัง ราวกับยังมีเสียงนุ่มหวานแผ่วเบาของเมิ่งลี้เยว่หลงเหลืออยู่ข้างหู
ไม่แปลกใจเลยที่นักบินหลายคนซึ่งเคยได้ยินเสียงเธอผ่านคลื่นความถี่สูง จะจดจำน้ำเสียงของเธอไม่รู้ลืม
มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มวูบหนึ่ง เร็วจนแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันสังเกต
……
“ให้เมิ่งลี้เยว่กับลัวซีรับผิดชอบเซกเตอร์ 03”
หัวหน้ากะวันนี้คือหมู่เฉิง ห้องควบคุมการบินเข้าใกล้แบ่งออกเป็นสิบกะ แต่ละกะมีหัวหน้ากะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วก็คือหัวหน้าทีมของกะนั้น
เมื่อเขาประกาศการจัดสรรงานตามระบบ เมิ่งลี้เยว่กับลัวซีเคยจับคู่กันมาหลายครั้งแล้ว ทั้งสองประสานงานกันได้อย่างเข้าขา จึงไม่มีใครคัดค้านการแบ่งกลุ่มครั้งนี้
ขณะที่กำลังจะไปหยิบไมโครโฟนในห้องพัก หมู่เฉิงก็เดินเข้ามาหาพวกเธอ
