เย่เหอกับตู้เหยียนมีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่มาโดยตลอด เมื่อมีโอกาสได้เยาะเย้ยอีกฝ่าย เธอย่อมไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือ
“ฉันก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็เพื่อนร่วมห้องคนเก่าของพวกเรานี่เอง ว่าแต่พอย้ายออกไปแล้วก็ไม่ยอมรับพวกเราเป็นเพื่อนร่วมห้องแล้วหรือไง?” เย่เหอยิ้มเยาะ
จากนั้นเธอก็แสร้งทำเป็นประหลาดใจ “ดูความจำฉันสิ หนังหน้าของหล่อนหนาจนถึงขั้นแอบใช้มาสก์หน้าของเพื่อนร่วมห้อง พอโดนจับได้ก็ยังปากแข็งไม่ยอมรับอีกนะ”
เพื่อนร่วมห้องคนก่อนของเย่เหอมักแอบขโมยของเธออยู่บ่อย ๆ ตั้งแต่ของเล็กน้อยอย่างขนม ไปจนถึงเงินหลายร้อยหยวน
ราวกับเกิดมาเป็นศัตรูกันอย่างไรอย่างนั้น
เย่เหอเคยไปฟ้องอาจารย์ที่ปรึกษาเรื่องนี้ด้วย แต่ทุกครั้งเพื่อนร่วมห้องคนนั้นก็จะร้องไห้บอกว่าตัวเองบริสุทธิ์ แล้วขอให้เธอแสดงหลักฐาน
ในหอพักไม่มีกล้องวงจรปิด เย่เหอจึงได้แต่กล้ำกลืนความขมขื่นเอาไว้
เวินเนี่ยนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเพื่อนร่วมห้องคนนั้นถึงไม่ขโมยของเธอ แถมช่วงสองสามวันก่อนย้ายออกไป สายตาที่มองเธอยังดูรู้สึกผิดจนใจคอไม่ดีด้วย
เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เหอ ปฏิกิริยาแรกของตู้เหยียนคือไม่เชื่อ
ต่อให้ตู้เหยียนจะหน้าหนาแค่ไหน ก็ไม่มีทางทำเรื่องขโมยมาสก์หน้าได้หรอก
ขณะที่ตู้เหยียนกำลังจะสวนกลับ ระบบช่วงชิงก็เอ่ยขึ้นเบา ๆ ว่า 【โฮสต์ ร่างเดิมเคยทำเรื่องนี้จริง ๆ】
ตู้เหยียน: “?”
ตู้เหยียนถึงกับพูดไม่ออกเพราะประโยคนี้ นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ร่างเดิมก่อเรื่องไว้ แล้วเธอต้องมาเก็บกวาดงั้นเหรอ?
【ร่างเดิมโชคดีแค่ไหนที่ได้ฉันมาช่วยพลิกชะตา แค่แอบดีใจอยู่เงียบ ๆ ก็พอแล้ว ดูฉันสิ จะเปลี่ยนหล่อนจากคนที่ใคร ๆ ก็รังเกียจให้กลายเป็นคนที่ใคร ๆ ก็หลงรัก】
