ในตอนนั้นเอง ขนตาของหญิงสาวขยับไหวเบา ๆ ปอยผมสองสามเส้นแนบอยู่ข้างแก้ม ยิ่งขับให้เธอดูน่ารักอ่อนหวานและว่าง่าย
เวินเนี่ยนลืมตาขึ้น ดวงตารูปเมล็ดซิ่งมีม่านน้ำคลออยู่ชั้นหนึ่ง แก้มระเรื่อเป็นสีแดงจาง ๆ เธอกะพริบตาปริบ ๆ ยังตื่นไม่เต็มที่นัก
โจวฉีเยว่ก้มมองหญิงสาวที่ยังดูมึนงง ความคิดในใจยิ่งสับสนวุ่นวาย
“เรื่องเมื่อคืน...ขอโทษนะ ร่างกายมีตรงไหนไม่สบายหรือเปล่า?” เมื่อนึกได้ว่าเมื่อคืนเธอเพิ่งมีประสบการณ์ครั้งแรก แต่เขากลับบุ่มบ่ามถึงเพียงนั้น โจวฉีเยว่ก็เอ่ยถามพร้อมใบหูแดงก่ำ
หญิงสาวได้สติ เธอมองโจวฉีเยว่ที่อยู่ข้างกาย ก่อนจะโอบเอวเขาไว้แล้วซุกหน้าเข้ากับซอกคอเบา ๆ “...ไม่ค่ะ”
คนในอ้อมแขนน่ารักว่าง่ายเกินไป ทำให้ใจของโจวฉีเยว่อ่อนยวบ เขายกมือโอบเธอเข้ามาแนบอกอย่างอ่อนโยน น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยอย่างจริงจังว่า “เนี่ยนเนี่ยน เธอก็รู้ว่าพี่เป็นใคร อย่างน้อยตอนนี้พี่ยังเปิดเผยเรื่องของเราไม่ได้”
“ความสัมพันธ์ของเราจะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด ถ้าเรื่องแดงขึ้นมา เธอกับพี่จะต้องตกอยู่ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์”
โจวฉีเยว่พูดจบก็หยุดไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ได้ต่อต้านมากนัก เขาจึงพูดต่อ “เวลาอยู่กันสองคน เราก็เป็นแฟนกันตามปกติ ได้ไหม?”
โจวฉีเยว่ไม่อยากพูดจาหลอกล่อเธอ เขาจึงบอกผลลัพธ์ที่เลวร้ายที่สุดให้รู้
สำหรับโจวฉีเยว่ การคบใครสักคนในช่วงที่อาชีพกำลังรุ่งสุดขีดเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายอยู่แล้ว
หญิงสาวขานรับเสียงเบา ดวงตาฉ่ำน้ำมองโจวฉีเยว่ “...เดิมทีฉันก็ไม่ได้คิดจะเปิดเผยอยู่แล้วนี่คะ พี่เป็นไอดอลนี่นา ถ้ามีแฟนก็ต้องโดนด่าจนเละ ฉันจะทนให้พี่โดนด่าได้ยังไงล่ะ?”