ดวงตาดอกท้ออันงดงามของโจวฉีเยว่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ก่อนก้าวไปทางประตู
มือเรียวยาววางลงบนลูกบิด ความมึนเมาจากฤทธิ์สุรากดทับสติสัมปชัญญะที่หลงเหลืออยู่ในสมองจนแทบไม่เหลือ ตอนนี้โจวฉีเยว่เพียงอยากทำตามใจตัวเอง
ประตูเปิดออก
เขาก้มตามอง สายตาหยุดอยู่ที่หญิงสาวซึ่งยืนเรียบร้อยอยู่ด้านนอก แม้เธอจะสวมหน้ากากอนามัย แต่ก็ยังพอมองเห็นแก้มที่แต้มสีชมพูจาง ๆ
ดวงตากลมโตของหญิงสาวมองเขาอย่างหวาด ๆ เจือความเขินอายอย่างเห็นได้ชัด ขนตายาวสั่นไหวอย่างกระวนกระวาย เธอยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่กล้าขยับไปไหน
ช่างว่าง่ายเกินไปแล้ว
นี่คือข้อดีของคนที่ดูซื่อ ๆ แม้สิ่งที่ทำจะบ้าบิ่นมาก แต่ในสายตาคนอื่นกลับดูเป็นคนเรียบร้อยเชื่อฟัง
เมื่อเห็นท่าทางทำอะไรไม่ถูกของหญิงสาว โจวฉีเยว่ก็หัวเราะเสียงเบา ก่อนขยับตัวหลีกทาง
ท่าทางเช่นนี้เท่ากับยอมรับการกระทำของหญิงสาวโดยปริยาย เขากำลังเชื้อเชิญเธอ
หลังหญิงสาวเดินเข้าไป ประตูก็ปิดลงเอง
โจวฉีเยว่เอนพิงกำแพง ดวงตาฉายแววเอื่อยเฉื่อยจากฤทธิ์สุรา สายตาจับจ้องใบหน้าของเธอไม่วาง
“ตอนอยู่กันตามลำพังก็เขินแบบนี้เหมือนกันเหรอ?” เขาถามอย่างเกียจคร้าน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หญิงสาวก็ก้มตาลงโดยไม่รู้ตัว ผิวที่โผล่พ้นเสื้อผ้าแดงระเรื่อยิ่งกว่าเดิม
สำหรับเธอแล้ว คำพูดในโลกออนไลน์กับตอนอยู่ต่อหน้าในชีวิตจริงยังต่างกันอยู่บ้าง
“...ฉะ...ฉันแค่ประหม่า...” เสียงของหญิงสาวสั่นแผ่ว แม้แต่เสียงท้ายประโยคก็ยังเจือความเขินอาย