เวินเนี่ยนเงยใบหน้าเล็ก ๆ ขึ้น ดวงตากระจ่างใสคู่นั้นเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
ตงฟางจิ้นเห็นสีหน้าของหญิงสาวก็ยิ้ม ก่อนยกมือขึ้นลูบศีรษะเธออย่างสนิทสนม
“ประหลาดใจมากเหรอ?”
เวินเนี่ยนพยักหน้า “อืม ประหลาดใจค่ะ”
ตงฟางจิ้นพบว่าตัวเองช่างแปลกนัก คำพูดธรรมดาเพียงไม่กี่คำ เมื่อออกจากปากหญิงสาวกลับฟังดูน่ารักอย่างบอกไม่ถูก
เขานั่งลงข้างเธอ จับมือเธอไว้แล้วถามว่า “ทำไมถึงประหลาดใจล่ะ?”
“คิดว่าฉันแค่เล่น ๆ กับเธอเหรอ?” ตงฟางจิ้นยิ้มพลางมองเวินเนี่ยน แววตาไม่ได้มีเพียงความอ่อนโยน แต่ยังเต็มไปด้วยความรักใคร่และตามใจ
หญิงสาวเบิกตากลมโต ดวงตาคู่นั้นราวกับพูดได้
รู้ได้ยังไงกัน!
น่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน
เขาถามว่า “ในสายตาเธอ ฉันเป็นคนไม่รับผิดชอบขนาดนั้นเลยหรือ?”
เวินเนี่ยนไม่มองเขา เธอเบือนหน้าไปอีกทาง ปลายหูแดงก่ำ ก่อนเอ่ยเสียงเบาว่า “ฉะ...ฉันนึกว่าแค่ได้ทำเรื่องแบบคืนนั้นกับคุณก็คุ้มแล้วเสียอีก”
“ไม่คิดเลยว่าจะยังมีสิทธิพิเศษอีก” ถึงอย่างนั้นสีหน้าของหญิงสาวกลับจริงจังมาก
ประโยคนั้นทำให้ตงฟางจิ้นหลุดหัวเราะออกมา เขาบีบมือเธอเบา ๆ “ปกติเห็นขี้กลัวนิด ๆ พอขู่หน่อยก็เสียขวัญแล้ว”
“ทำไมพอเป็นเรื่องแบบนี้ถึงกล้ากว่าใครเขาล่ะ?”
ตงฟางจิ้นดีใจที่บริเวณข้าง ๆ ที่หญิงสาวเลือกนั่งไม่มีคนอยู่ เขาไม่อยากให้เวินเนี่ยนกลายเป็นหัวข้อซุบซิบยามว่างของใคร
เวินเนี่ยนอายจนแก้มแดงลามไปถึงลำคอ “เพราะฉันชอบคุณค่ะ”
