เยี่ยนจิ่งชิงยกมือรองก้นหญิงสาวไว้โดยไม่รู้ตัว ทันทีที่โอบเธอเข้ามา กลิ่นหอมคุ้นเคยก็ลอยอวลอยู่ตรงปลายจมูก ราวกับเคยได้กลิ่นนี้มาก่อน
เขาก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขนที่ร้องไห้อย่างน้อยใจ แล้วถามอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ว่า “คุณ... คุณร้องไห้ทำไม?”
“ตื่นมาแล้วไม่เห็นสามีอยู่ข้าง ๆ ฉันรู้สึกไม่ดีเลย” เวินเนี่ยนสะอึกสะอื้นตอบ
เยี่ยนจิ่งชิงอุ้มหญิงสาวไปวางบนเตียง ในใจอดสงสัยคำเรียกนั้นไม่ได้
เขาไม่รู้ว่าที่เป็นแบบนี้เพราะความจำเสื่อมหรือเปล่า ไม่อย่างนั้นทำไมตอนที่หญิงสาวเรียกเขาแบบนั้น หัวใจถึงไม่หวั่นไหวเหมือนเมื่อครู่?
เขาความจำเสื่อม ไม่ได้สติปัญญาเสื่อมเสียหน่อย
จากปากของคนคนนั้น เขารู้ว่าตัวเองมีแฟนสาวที่เป็นนักเรียนทุน
ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ผู้หญิงคนนั้นก็น่าจะเป็นเธอ
หลังความจำเสื่อม เยี่ยนจิ่งชิงจึงระมัดระวังตัวมาก เขาไม่เชื่อเพียงเพราะหญิงสาวพูดฝ่ายเดียวว่าเธอเป็นแฟนของเขา
“อืม ไม่ร้องแล้วนะ ผมกลับมาแล้วไม่ใช่เหรอ?” เยี่ยนจิ่งชิงไม่ได้บอกหญิงสาวว่าเขาความจำเสื่อม ก่อนจะเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอให้ชัดเจน เขายังไม่ไว้ใจเธอ
ความคิดนี้เพิ่งผุดขึ้นมา ยังไม่ทันที่เยี่ยนจิ่งชิงจะลงมือทำอะไร หญิงสาวก็ลุกขึ้นมากอดเอวเขาเสียก่อน ก่อนจะถูไถอย่างออดอ้อน
เสียงของเธอนุ่มนวลจนหูเขาคันยุบยิบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
“ได้เลยค่ะ ฉันจะเชื่อฟังคุณ คุณต้องอยู่กับฉันตลอดไปนะ” พูดจบหญิงสาวก็เงยหน้าขึ้นส่งยิ้มหวานให้เขา
เยี่ยนจิ่งชิงมองหญิงสาวในอ้อมแขน ผิวของเธอขาวเนียนละเอียด ดวงตารูปอัลมอนด์ใสสะอาด ริมฝีปากนุ่มอิ่มเอิบ เส้นผมดำขลับทิ้งตัวลงถึงเอว ยิ่งขับให้ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มดูงดงามประณีต
