เวินเนี่ยนได้ยินคำถามนั้น ก็แสร้งทำสีหน้าฉงนได้อย่างพอดิบพอดี เอียงศีรษะมองเขา “เรื่องอะไรเหรอคะ?”
ท่าทีเป็นธรรมชาติของเวินเนี่ยนทำให้ความสงสัยที่เพิ่งผุดขึ้นในใจลู่เยี่ยนถูกกดลงไปอีกครั้งอย่างหนักหน่วง
เวินเนี่ยนเป็นคนผิวขาวอมชมพู ทว่าผิวหนังบางส่วนที่โผล่พ้นเสื้อผ้ากลับดูหมองคล้ำ ราวกับจงใจปกปิดบางสิ่งอยู่
ลู่เยี่ยนคิดว่าเมื่อคืนต่อให้สติเลอะเลือนเพียงใด เขาก็ไม่น่าจะจำคนผิด แต่ความทรงจำเกี่ยวกับเมื่อคืนของเขากลับมีเพียงเลือนราง ในหูมีแต่เสียงหวานออดอ้อนของหญิงสาว ซึ่งเหมือนกับเสียงออดอ้อนของเวินเนี่ยนไม่มีผิด
ตอนนี้สมองของเขาสับสนวุ่นวาย ระหว่างรอเรียกดูภาพจากกล้องวงจรปิด เขาแวะไปโรงพยาบาลเพื่อเจาะเลือด รายงานผลตรวจระบุว่าเขามีสุขภาพแข็งแรง ในเลือดไม่มีตัวยาใด ๆ
เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตัวเอง ลู่เยี่ยนคว้าข้อมือเวินเนี่ยนแล้วลากเธอเข้าห้องโดยไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
เขาฉวยจังหวะปิดประตูตามหลัง
“เวินเนี่ยน เมื่อคืนคุณอยู่ในห้องตลอดเลยหรือเปล่า?” ตอนพูด ดวงตาของลู่เยี่ยนจับจ้องพิจารณาเธอไม่วาง
สายตาของเขาไล่จากใบหน้าของเวินเนี่ยนลงไปถึงลำคอ...และรอยจาง ๆ บนข้อมือ
ลู่เยี่ยนยันแขนกับผนัง กักเวินเนี่ยนไว้ในอ้อมแขน ส่วนเธอก้มหน้าหลบ ไม่ยอมมองเขา
เห็นดังนั้น ลู่เยี่ยนก็ยื่นมือมาบีบคางหญิงสาว บังคับให้เธอเงยหน้ามอง “คำถามนี้ตอบยากนักหรือไง?”
ถ้าตอนแรกโอกาสที่ลู่เยี่ยนจะสงสัยว่าหญิงสาวเมื่อคืนคือเวินเนี่ยนมีเพียง 30% ตอนนี้เขาก็มั่นใจได้ถึง 60% แล้วว่าหญิงสาวคนนั้นคือเธอ
