เวินเนี่ยนได้ยินเช่นนั้นก็เบี่ยงประเด็น น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยว่า “พี่คะ คอนเสิร์ตครั้งนี้ของพี่ ฉันไปได้ไหม?”
โจวฉีเยว่ฟังออกว่าหญิงสาวกำลังเปลี่ยนเรื่อง เขาเองก็ไม่อยากเป็นผู้ชายที่คอยจับผิดเธออยู่ตลอด แบบนั้นดูไม่น่ามองเอาเสียเลย
เขาไม่อยากกลายเป็นคนแบบนั้น
โจวฉีเยว่คิดได้ดังนั้นก็พยายามข่มความหงุดหงิดในใจ สีหน้าภายนอกดูผ่อนคลาย มุมปากมีรอยยิ้มบาง ๆ “ทุกคนมีความเป็นส่วนตัว พี่เข้าใจ”
“ส่วนเรื่องคอนเสิร์ต เธอไม่ต้องกังวล พี่เก็บบัตรรอบพิเศษไว้ให้ตั้งนานแล้ว”
พูดจบ โจวฉีเยว่ก็พบว่าตัวเองยังทนไม่ได้ที่หญิงสาวปิดบังเรื่องบางอย่างจากเขา
เธอกำลังคุยกับใครกันแน่?
“เธอไม่ให้พี่ดูโทรศัพท์จริง ๆ เหรอ?” โจวฉีเยว่กระแอมอย่างเก้อเขิน น้ำเสียงฟังดูผิดหวังเล็กน้อย
หญิงสาวขมวดคิ้วน้อย ๆ ก่อนอธิบายเสียงเบา “พี่คะ ฉันไม่ได้คุยกับใคร ฉันแค่กำลังดูเว็บบอร์ดอยู่”
“เว็บบอร์ดอะไร?” โจวฉีเยว่ถามต่อ
เวินเนี่ยนยิ้มพลางมองเขาด้วยสายตาอ่อนโยน “แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องของพี่สิคะ พี่ได้รับความรักจากคนมากมายเลยนะ”
ประโยคนั้นทำให้โจวฉีเยว่เงียบลงได้สำเร็จ ความงอนงอแงก็หายไปจนหมด
เมื่อเทียบกับแรงกดดันที่หญิงสาวต้องเผชิญ เรื่องของเขาจะนับเป็นความน้อยใจอะไรได้กัน...
โจวฉีเยว่เข้าใจแล้วว่าเวินเนี่ยนว่าง่ายเพียงใด เธอแค่พูดจาเอาชนะกันบนอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ในชีวิตจริงกลับว่าง่ายกว่าใคร