กู้ฉือเป็นคนตะกละจริง ๆ
เมื่อวานกินอย่างเอร็ดอร่อยไปทั้งวัน วันนี้ก็กินเพลินจนถึงบ่ายอีกแล้ว
ผู้ชายที่ออดอ้อนเป็น มักมีโชคดีที่สุด
เวินเนี่ยนก้มมองร่องรอยบนร่างกาย พอเห็นแล้วก็ทั้งเขินทั้งโมโห ก่อนจะเงื้อหมัดทุบอกกู้ฉือเบา ๆ
แรงทุบอ่อนนุ่มยิ่งกว่าอะไร จะเรียกว่าโกรธก็ไม่เชิง คล้ายกำลังน้อยใจเสียมากกว่า
แก้มของหญิงสาวพองน้อย ๆ แต่ดวงตากลับมีประกายชุ่มวาว ดูทั้งดุทั้งน่ารัก
ชวนให้คนอดใจไม่ไหว อยากงับสักคำ
“โทษคุณคนเดียวเลย พรุ่งนี้ฉันต้องห่อตัวมิดชิดแล้ว”
กู้ฉือนอนอยู่บนเตียง ปล่อยให้หญิงสาวในอ้อมแขนงอแงตามใจ ดวงตาฉาบรอยยิ้มจาง ๆ
เมื่อเห็นว่าเธอระบายอารมณ์จนพอใจแล้ว เขาก็ยื่นมือคว้าข้อมือที่ฟาดเข้ามาไว้ กอบกุมมือเล็กนุ่มนิ่มไว้ในฝ่ามือ
เขาขยับตัวลุกขึ้นเล็กน้อย ก้มหน้าลง ริมฝีปากบางเย็นเฉียบแตะลงบนมือของหญิงสาว จุมพิตแผ่วเบา
ครั้นสายตาเลื่อนไปเห็นหางตาแดงระเรื่อของเธอ เขาก็โน้มลงจูบอย่างทะนุถนอม
เจ้าหมาน้อยมักให้รางวัลตัวเองโดยไม่มีเหตุผลอยู่เสมอ
ในสายตาของเจ้าหมาน้อย เจ้าของไม่รักเขาแล้วจะไปรักใครล่ะ?
ก่อนเวินเนี่ยนกลับบ้าน กู้ฉือก็อ้อนให้เธอถ่ายรูปคู่ด้วยกันหลายรูป
บางรูปเห็นหน้า บางรูปก็ไม่เห็น
คราวนี้กู้ฉือขับรถมาส่งเธอกลับบ้านด้วยตัวเอง
เมื่อสังเกตเห็นว่าดวงตาของหญิงสาวเป็นประกายขึ้นมาทันทีที่เห็นรถสปอร์ตของเขา เขาก็โอบเธอไว้ ก้มลงจูบหน้าผากเบา ๆ ก่อนถามเสียงนุ่มว่า “ชอบเหรอ?”
หญิงสาวพยักหน้า “อื้ม ชอบค่ะ”
กู้ฉือจับมือเธอ น้ำเสียงเจือความภาคภูมิใจอยู่หน่อย ๆ “ผมก็รู้อยู่แล้วว่าคุณต้องชอบ ดูท่าพวกเราจะรู้ใจกันจริง ๆ ผมเข้าใจคุณยิ่งกว่าตงฟางจิ้นเสียอีก”
