เพราะเจียงจาวเหยี่ยเป็นเจ้ามือ พวกเขาจึงมาถึงก่อนเวลานัดเล็กน้อย
ห้องส่วนตัวตกแต่งอย่างเรียบหรู บรรยากาศสงบและกว้างขวาง
เจียงจาวเหยี่ยดึงเก้าอี้ให้เวินเนี่ยนอย่างสุภาพ รอจนเธอนั่งเรียบร้อยแล้วจึงขยับไปนั่งข้างกายเธอ
เขามองเวินเนี่ยน ก่อนใช้มือใหญ่ที่อบอุ่นกอบกุมมือของเธอไว้ เจียงจาวเหยี่ยยิ่งคิดว่าแฟนสาวตัวน้อยของเขาช่างถูกใจไปเสียทุกอย่าง นิ้วมือเขาลูบไล้หลังมือเธออย่างคลุมเครือสองครั้ง แล้วเอ่ยเสียงแหบพร่าว่า “เนี่ยนเนี่ยน คืนนี้...”
ยังไม่ทันที่เจียงจาวเหยี่ยจะพูดจบ ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกเปิดออก
อารมณ์สุนทรีย์ของเจียงจาวเหยี่ยถูกขัดจังหวะกะทันหัน เขาจึงจุปากเบา ๆ อย่างไม่พอใจ
เจียงหลินคล้องแขนลู่เยี่ยนเข้ามาอย่างสนิทสนม ทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง เธอก็ลอบกวาดตามองเวินเนี่ยนอย่างแนบเนียน
เมื่อรู้ว่าเจียงจาวเหยี่ยกำลังคบใครสักคน ปฏิกิริยาแรกของเจียงหลินคือการต่อต้าน
อย่างไรเสีย เธอใช้เวลาประจบเอาใจเขามาปีกว่า กว่าผู้ชายเจ้าชู้ที่เป็นพระรองคนนี้จะเอ็นดูเธอมากขนาดนี้ ตอนนี้กลับมีผู้หญิงที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนมาเก็บผลประโยชน์ไปเสียแล้ว
ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของร่างเดิมกับเจียงจาวเหยี่ยไม่ดีนัก ต้องขอบคุณเธอด้วยซ้ำ ไม่อย่างนั้น ‘เจียงหลิน’ คงเป็นได้แค่คนที่ใครเห็นก็รังเกียจ แล้วจะมีโอกาสได้อยู่กับพระเอกได้อย่างไร?
เจียงหลินรู้สึกว่าการที่เจ้าของร่างเดิมคิดจะแย่งชิงสิทธิ์สืบทอดนั้นช่างน่าขันจริง ๆ
สิทธิ์สืบทอดจะยกให้ใครก็เหมือนกันทั้งนั้น ไม่เห็นจำเป็นต้องทำให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวต้องร้าวฉานเพราะเรื่องนี้
อย่างไรเสีย เธอเชื่อว่าเจียงจาวเหยี่ยไม่มีทางทำไม่ดีกับเธอ
ตอนเจียงหลินเข้ามา เวินเนี่ยนก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน
เจียงหลินให้ความรู้สึกเหมือนน้องสาวข้างบ้านผู้น่ารักไร้เดียงสา ดวงตาคู่นั้นมองใครก็ใสซื่อไปหมด จนชวนให้คนอยากปกป้อง
เมื่อสายตาเลื่อนไปหยุดที่ลู่เยี่ยนซึ่งอยู่ข้าง ๆ เวินเนี่ยนก็แสร้งทำเป็นประหลาดใจ เธอมองชายหนุ่มที่อยู่ข้างเจียงหลินอย่างเหม่อลอย
ลู่เยี่ยนมีใบหน้าหล่อเหลาและเย็นชาอยู่หลายส่วน แววตาสงบนิ่งแต่ห่างเหิน เครื่องหน้าหล่อเหลาโดดเด่น เขาสวมสูทสีดำที่ตัดเย็บอย่างประณีต ยิ่งขับให้รูปร่างสูงสง่า ทั้งตัวแผ่กลิ่นอายเย็นชาที่ชวนให้คนไม่กล้าเข้าใกล้
เพียงก้าวเข้ามาในห้อง ลู่เยี่ยนก็สังเกตเห็นเวินเนี่ยนและจำเธอได้ทันที
ตระกูลลู่ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนหลายคน เวินเนี่ยนเป็นเพียงหนึ่งในนั้น
เหตุผลที่ลู่เยี่ยนจดจำเวินเนี่ยนได้แม่นยำ เป็นเพราะเธอมีผลการเรียนโดดเด่นที่สุดในบรรดานักเรียนที่ได้รับทุน
อีกทั้ง...เมื่อหนึ่งเดือนก่อน เธอยังขอที่อยู่ของเขาจากผู้ช่วย บอกว่าอยากขอบคุณและอยากมอบของขวัญให้เขา
เมื่อเห็นเวินเนี่ยนแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขา ลู่เยี่ยนก็อดสงสัยไม่ได้ว่าตอนเธอคบกับเจียงจาวเหยี่ยอาจปิดบังอะไรบางอย่างไว้ หรือไม่ก็สร้างตัวตนปลอมขึ้นมา
เมื่อนึกถึงว่าคนที่กำลังคบหากันต่างก็ต้องรักษาหน้า ลู่เยี่ยนจึงไม่ได้เป็นฝ่ายพูดขึ้นก่อนว่าเวินเนี่ยนเป็นนักเรียนที่กลุ่มบริษัทลู่ให้ทุน และแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเธอเช่นกัน
“เนี่ยนเนี่ยน นี่น้องสาวผม เจียงหลิน ส่วนคนนี้...เป็นน้องเขยผม” เจียงจาวเหยี่ยขยิบตาให้ลู่เยี่ยน เขาไม่เคยคิดเลยว่าลู่เยี่ยนจะคบกับน้องสาวของตัวเอง
อย่างไรเสียน้องสาวคนนี้ของเขาก็ออกจะโง่อยู่สักหน่อย
ช่วงแรกที่เธอแย่งชิงอำนาจกับเขา เขายังนับถือเธออยู่บ้าง
แต่ตลอดปีที่ผ่านมา เธอกลับทำตัวโง่สิ้นดี ถึงกับวิ่งมาหาเขาแล้วเป็นฝ่ายยกหุ้นให้ แถมยังอ้างหน้าตาเฉยว่าอยากเป็นน้องสาวที่ว่านอนสอนง่าย
อย่างไรเขาก็ได้ประโยชน์ แถมยังยินดีแสดงเป็นพี่ชายแสนดีอีกด้วย
เมื่อเจียงจาวเหยี่ยแนะนำ เวินเนี่ยนก็ลุกขึ้นยืน ริมฝีปากประดับรอยยิ้มบาง ๆ “ฉันชื่อเวินเนี่ยนค่ะ”
แม้เจียงหลินจะไม่ชอบเวินเนี่ยนอยู่ในใจ แต่ก็ยังแสร้งทำท่าทางกระตือรือร้นราวกับดวงอาทิตย์ดวงน้อย
“สวัสดีจ้ะ เนี่ยนเนี่ยน เรียกฉันว่าหลินหลินก็ได้นะ”
เธอไม่ได้เรียกพี่สะใภ้ เพราะไม่ยอมรับอีกฝ่าย
ก่อนที่เธอจะได้รับความเอ็นดูจากเจียงจาวเหยี่ยอย่างเต็มที่ เขาจะนัดผู้หญิงไปนอนด้วยก็ได้ แต่ห้ามคบใครจริงจัง
เวินเนี่ยนสัมผัสได้ถึงความเป็นปรปักษ์ของเจียงหลิน จึงก้มหน้าลงและไม่พูดอะไร
เจียงจาวเหยี่ยสังเกตเห็นว่าอารมณ์ของเวินเนี่ยนไม่ค่อยดี จึงถามด้วยน้ำเสียงห่วงใยว่า “เนี่ยนเนี่ยน เป็นอะไรไป?”
เวินเนี่ยนมองเจียงจาวเหยี่ยอย่างลังเล พอเห็นแววห่วงใยในดวงตาของเขา เธอก็ส่ายหน้าให้ “ไม่มีอะไรค่ะ...เป็นปัญหาของฉันเอง”
เจียงจาวเหยี่ยเห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อ ตอนนี้เขากำลังหลงเวินเนี่ยนหัวปักหัวปำ ย่อมเอาใจเธอเป็นที่ตั้งในทุกเรื่อง
“ตกลงเป็นอะไร บอกผมสิ ผมไม่ใช่แฟนคุณหรือไง?” เขากุมมือเวินเนี่ยนไว้ น้ำเสียงเจือความกังวลอยู่หลายส่วน
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เวินเนี่ยนก็มองเจียงจาวเหยี่ยด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ท่าทางอ่อนแอน่าสงสารนี้ทำให้เขาปวดใจเหลือเกิน
เธอพูดว่า “ฉันค่อนข้างอ่อนไหวต่อสิ่งรอบตัวค่ะ รู้สึกเหมือนหลินหลินจะไม่ชอบฉัน หวังว่าฉันคงคิดมากไปเอง”
ทันทีที่เวินเนี่ยนพูดจบ สีหน้าของเจียงหลินก็เปลี่ยนไปทันที
เธอข่มความไม่พอใจในใจไว้ เดิมทีคิดว่าผู้หญิงคนนี้เป็นพวกใสซื่อไร้เดียงสา ที่ไหนได้กลับเป็นดอกบัวขาวเจ้าเล่ห์!
“พี่คะ ฉันไม่ได้ไม่ชอบเธอสักหน่อย” เจียงหลินเบะปาก น้ำตาร่วงลงมาในพริบตา
“ฉันไม่รู้ว่าทำไมเนี่ยนเนี่ยนถึงคิดกับฉันแบบนี้ จะให้ทุกคนคอยเห็นอกเห็นใจเธอไปเสียทุกเรื่อง เพียงเพราะเธออ่อนไหวไม่ได้หรอกนะ?”
ลู่เยี่ยนที่อยู่ข้าง ๆ ไม่พูดอะไร เพียงก้มตาลงคล้ายกำลังครุ่นคิด
เจียงหลินชินกับการที่ลู่เยี่ยนเป็นคนเปิดใจช้าแล้ว ถึงพวกเขาจะคบกันมาหนึ่งสัปดาห์ ท่าทีสนิทสนมที่สุดก็มีแค่จับมือกันเท่านั้น
แววตาของเวินเนี่ยนมีประกายน้ำใสเอ่อขึ้น เธอมองเจียงหลินแล้วเอ่ยเสียงเบานุ่มว่า “หลินหลิน แล้วเธอชอบฉันไหม?”
เจียงจาวเหยี่ยโอบไหล่เวินเนี่ยนอย่างปวดใจ เขารู้ว่าเธอเป็นเด็กกำพร้า และเข้าใจว่านั่นไม่ใช่ความผิดของเธอ เธอแค่ไม่เคยได้รับความรัก จึงอ่อนไหวกับความรู้สึกของคนรอบข้างมากกว่าปกติ
สีหน้าของเจียงหลินดูย่ำแย่ เธอกัดฟันตอบอย่างจำใจว่า “ไม่ได้เกลียด”
โกหกทั้งเพ เธอเกลียดแทบตาย
“หลินหลิน พี่สะใภ้เธอก็เป็นคนแบบนี้แหละ เธอเป็นคนใจกว้างอยู่แล้ว ก็ยอมลำบากหน่อยแล้วกัน” เจียงจาวเหยี่ยเหลือบตาขึ้น มองเจียงหลินอย่างสงบนิ่ง
คำพูดนั้นทำให้เจียงหลินเสียใจขึ้นมาจริง ๆ
“พี่คะ ฉันเป็นน้องสาวพี่นะ!”
“อ้อ งั้นเนี่ยนเนี่ยนก็เป็นภรรยาผมนะ” เจียงจาวเหยี่ยไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด
เมื่อเห็นว่าเจียงจาวเหยี่ยไม่ช่วย เจียงหลินก็หันไปมองลู่เยี่ยนอย่างน้อยใจ “พี่เยี่ยน พี่ชายฉันเห็นผู้หญิงดีกว่าน้องสาวแล้ว ช่วยพูดแทนฉันหน่อยสิ”
เจียงจาวเหยี่ยไม่คิดว่าเจียงหลินจะขอให้ลู่เยี่ยนช่วย เขาจึงเอ่ยอย่างจนใจว่า “หลินหลิน พวกเราพี่น้องหยอกกัน เธอจะไปเรียกลู่เยี่ยนมาทำไม?”
“เล่นแล้วรับไม่ได้หรือไง?”
เจียงหลิน “......”
ลู่เยี่ยนยังคงไม่พูดอะไร ความสนใจของเขามุ่งไปอยู่ที่เวินเนี่ยนทั้งหมด
เมื่อครู่เขาเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ราวกับลูกจิ้งจอกของเวินเนี่ยน หลังเธอก่อเรื่องสำเร็จ
ได้ยินเจียงหลินพูด ลู่เยี่ยนจึงละสายตากลับมา แล้วเอ่ยเสียงทุ้มต่ำว่า “ได้ สัญญาของกลุ่มบริษัทเจียง ผมจะเซ็นเดือนหน้า”
คราวนี้เจียงหลินไม่งอนแล้ว เธอมองลู่เยี่ยนอย่างขุ่นเคือง นี่มันพระเอกแบบไหนกัน?
ตามปกติแล้วไม่ควรต้องปกป้องภรรยาอย่างเอาแต่ใจหรือไง!
เจียงจาวเหยี่ยได้ยินดังนั้นก็ถามอย่างไม่อยากเชื่อว่า “ลู่เยี่ยน นายเอาจริงเหรอ?”
“โครงการของเราล่าช้าไปวันเดียวก็เสียเงินหลายสิบล้านแล้ว นายยังจะเลื่อนไปอีกเดือน!”
เจียงหลินเลิกงอแงแล้ว น้ำเสียงเปี่ยมด้วยความประจบเอาใจ “พี่เยี่ยน เมื่อกี้ฉันแค่หยอกพี่ชายเล่นเอง อย่าจริงจังขนาดนั้นสิ...”
ลู่เยี่ยนไม่พูดอะไร หรือจะพูดให้ถูกก็คือ สถานการณ์ของเขาในตอนนี้ทำให้พูดอะไรไม่สะดวกนัก
