ตำราใหม่มาแล้ว~ เจ้าหนูน้อยทั้งหลาย ตามอ่านได้ฤๅ? ดองตำราแล้วตามอ่านอ่อนหัดนัก จักวิบัติ
……
“หาแม่หญิงมาสักคนแล้วคิดจะหักกลบลบหนี้? ข้าเป็นคนที่สมองอยู่ตรงเป้าเปิ่นเฉิงนั้นหรือ?”
บนหลังคาเรือ ขาเรียวยาวคู่หนึ่งสวมรองเท้าบูตหนังสีดำงอเล็กน้อย ส่วนขายาวอีกข้างทิ้งลงมาอย่างเกียจคร้าน ปากคาบหญ้าเส้นหนึ่ง สีหน้าเย็นชา น้ำเสียงเยาะหยัน
“นายท่าน…… ไม่อาจเอ่ยว่าเป็นแม่หญิงได้……”
“ชิ หากร้ายเป็นบุรุษยิ่งไม่ได้ใหญ่” เหลียงสวินแววตาฉายโทสะ
เสี่ยวอันรีบอธิบาย “มิใช่มิใช่น้อขอรับ คือนางที่งามล้ำเลิศที่สุด!” เขากล้ารับรองว่าชั่วชีวิตนี้ไม่เคยพบเห็นความงามเช่นนี้
นายท่านของเขาชั่วชีวิตนี้ก็คงไม่เคยพบเห็นเป็นแน่
เหลียงสวินหัวเราะเชิงเหยียด “ก็ไม่ใช่สองจมูกหนึ่งตาสักหน่อย จะงามได้สักเพียงใด ยังงามล้ำเลิศอีกหรือ เฮอะ”
“นายท่าน คือหนึ่งจมูกสองตาขอรับ”
เหลียงสวินขมวดคิ้วกวาดสายตามองเพียงเสี้ยว เสี่ยวอันก็หุบปากสนิท
“บ่อนพนันฝูกุ้ยเซี่ยซานเต้า ขอเข้าพบ!”
นอกเรือบริเวณแม่น้ำเปี้ยนเหอ เสียงเปี่ยมความนอบน้อมดังกังวานขึ้น
“นายท่าน ท่านจะไปชำเลืองสักหน่อยหรือไม่? ไอ้เสี่ยซานลั่นนั่นมันไม่ยอมจากไปไหนเลย”
บ่อนพนันฝูกุ้ยติดค้างค่าคุ้มครองนายท่านพวกเขามาหนึ่งปีเต็มแล้ว ทว่ายามนี้แผ่นดินกำลังจะเกิดศึกสงคราม โรงบ่อนถูกยึดไปเป็นสมบัติหลวงในนามการระดมทุนเพื่อการลุกฮือ โรงบ่อนจึงไม่อาจเปิดกิจการต่อไป ทว่ากระนั้นเสี่ยซานเต้าก็หาได้กล้าเป็นหนี้ค่าคุ้มครองของเหลียงสวินไม่
เหลียงสวินคือผู้ใด? หัวหน้าหมู่นักเลงเรือผู้เกรียงไกรที่สุดในแถบเปี้ยนหนานใต้
นั่นมันโจร!
เสี่ยซานเต้าจึงฝากความหวังไว้กับหญิงนางนี้ที่ถูกนักพนันประเคนขึ้นโต๊ะในโรงบ่อน หวังให้นางสามารถทำให้หัวหน้าหมู่โจรเรือผู้นั้นหฤทัยไหวหวั่นได้
ทั่วทั้งเปี้ยนหนานใต้ล้วนทราบดีว่าเหลียงสวินหัวหน้าโจรเรือคนนี้ช่างเลือกนัก ไม่เคยแวบไปย่านหอนางโลมเลย เพราะรู้สึกว่าสตรีที่นั่นงามสู้ตนยังมิได้ ไปที่นั่นก็เท่ากับถูกผู้อื่นตอแยเอาเปรียบ
แต่บุรุษ จะพูดให้หยาบคายหน่อยก็แล้วกัน ตรงนั้นมันจะซื่อสัตย์ได้หรือ เก็บกดนานไปจะเสียเอามิใช่หรือ?
อีกทั้งหัวหน้าโจรเรือผู้นี้ก็ใกล้ยี่สิบห้ายี่สิบหกเข้าไปแล้วกระมัง?
ในวัยที่พละกำลังแข็งแรงที่สุด กลับหลับนอนอย่างสงบเสงี่ยมที่สุด
เสี่ยซานเต้าชำเลืองไปยังหญิงนางนั้นที่นั่งหลุบตาอยู่ข้างๆ อีกครั้ง ขาวประดุจหยกมันแกะไข งดงามล้ำเลิศนัก!
เช่นนี้น่าจะต้องตาหัวหน้าเหลียงแล้วกระมัง
“นี่แน่ะ สำแดงให้ดี หากหัวหน้าเหลียงไม่ยอมเจ้าก็อย่าว่ากันเลย ข้าทำได้เพียงให้เจ้าออกแขกรับรองอย่างเปิดเผยเพื่อหาเงินมาชดใช้”
เมื่อได้ยิน หยวนอวี้ถึงกับตัวสั่นสะท้าน ดูราวกับหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
นับแต่นางพาอนุชาหนีออกจากนครหลวงมาทางเปี้ยนหนานเพื่อไปพึ่งพาคู่หมั้นอย่างเยี่ยนอ๋องเชียว นางก็รู้แล้วว่าต่อไปนี้จะไม่มีวันอันสุขสบายอีก ทว่าใครจะคาดคิดว่าขณะถูกไล่ล่าสังหาร นางกับอนุชาจำต้องแยกหนีคนละทางจึงพลัดพรากจากกัน วกวนไปมาจนสุดท้ายยังถูกขายมาถึงโรงบ่อนอีก
และยามนี้…… กำลังจะถูกส่งต่อให้ผู้อื่นอีกแล้ว
ก็ไม่ทราบเช่นกันว่า หัวหน้าเหลียงที่เสี่ยซานเต้าเกรงกลัวนักหนาผู้นี้ จะตบตาตบตาได้ง่ายเพียงใด
เหลียงสวินรู้สึกรำคาญหูจนทนไม่ไหว จึงกระโดดลงจากหลังคาเรือ ถ่มหญ้าในปากทิ้งไป แล้วเดินออกไปนอกเรือด้วยสีหน้าเย็นชาอย่างไม่เต็มใจ
เขาจะไปสังหารไอ้เสี่ยซานลั่นจอมเสแสร้งผู้นี้
ใช้คืนก็ไม่ได้ ยังจะเอารูปโฉมมาชดใช้? รูปโฉมเป็นของน่าหัวร่อ!
จะเทียบกับเงินทองได้หรือ?
“หัวหน้าเหลียง ผู้น้อยได้พบท่านจนได้นะขอรับ ไม่ใช่ผู้น้อยไม่คิดใช้หนี้เลยขอรับ ฐานะในโรงบ่อนของผู้น้อยถูกผู้อื่นยึดไปหมดแล้วขอรับ!” เสี่ยซานเต้าเอ่ยพลางร้องไห้เช็ดน้ำมูกน้ำตาทันที
เหลียงสวินรูปร่างสูงใหญ่นัก จ้องมองคนด้วยท่าทางบึ้งตึง
เพียงประจันหน้าคราหนึ่ง เสี่ยซานเต้าก็ขาอ่อนไปบ้างแล้ว เขาใช้เท้าถีบคนข้างหลัง “ออกมา ให้หัวหน้าเหลียงดูว่าพึงพอใจหรือไม่”
เหลียงสวินกำลังจะให้คนมัดเสี่ยซานเต้าแล้วสับเป็นเสี่ยงๆ ทำเป็นเหยื่อตกปลา ก็เห็นเบื้องหลังเสี่ยซานเต้ามีสีแดงสดชัดตาผู้หนึ่งถูกผลักออกมา สะดุกล้มเล็กน้อยจนเกือบยืนไม่อยู่
เขาโกรธจนหัวเราะออกมา อะไรก็กล้ายัดเยียดให้ท่านพ่อหรือ? ดูถูกคนกันเกินไปแล้ว
เหลียงสวินปรายตามองด้วยความเหยียดหยาม จากนั้นแววตากลับวูบไหวเล็กน้อยอย่างไม่อาจปกปิด
ก็……
งามต้องตายิ่งนัก
เขากระแอมเบาๆ ทีหนึ่ง
เสี่ยซานเต้าไม่ได้ยินคำด่า ดีใจขึ้นมาในใจ จึงผลักสตรีงามที่ยืนเงียบราวท่อนไม้ตรงหน้าไปอีกครั้ง “เงยหน้าขึ้น แล้วยิ้มหน่อย”
เหลียงสวินเลิกคิ้ว รอนางเงยหน้าขึ้นทั้งใบ
นางเอ้อระเหยนัก เหลียงสวินเกือบจะหมดความอดทนแล้ว ในที่สุดนางจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างติดขัด รอยยิ้มราวกับใกล้จะร่ำไห้ ดวงตาเปียกชื้นราวต้องมนตร์
ยามถูกดวงตาคู่นั้นของนางจ้องมอง เหลียงสวินก็รู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่าง
ราวกับมีชีวิตมาจนป่านนี้ เกือบถูกความงามของคนสังหารให้สิ้นชีพ
ยากจะบรรยาย เขาอ่านหนังสือนับน้อยนัก จึงเอื้อนเอ่ยไม่ถูก รู้เพียงว่าดวงตาคู่นั้นราวกับบรรจุสายน้ำในวสันต์ไว้ ไรคิ้วขมวดน้อยๆ ริมฝีปากที่ซีดเล็กน้อยเม้มแน่น……
งามถึงตายแล้วกระมัง
เครื่องแต่งกายดีๆ บนตัวนางคงเป็นฝีมือเสี่ยซานเต้าที่จัดหามาเพื่อให้เขาพึงใจ แม้จะเป็นสีแดงสดสง่างามราวอาภรณ์แต่งงาน ทว่ายามสวมใส่ในนางกลับยิ่งดูอ่อนแอไร้เรี่ยวแรง ราวกับเป็นหินหยกที่จะแตกสลายหากไม่มีใครปกป้อง
นางคงต้องตรากตรำลำบากมาบ้าง สีหน้ายังหลงเหลือความหวาดกลัว ระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เงยหน้าได้เพียงชั่วครู่ก็ก้มลงอีก ปลายนิ้วยังบีบย้ำชายเสื้อไว้แน่น ถอยหลังไปหนึ่งก้าวเล็กน้อยอย่างไม่รู้จะหลบหนีไปทางใด
ทันใดนั้นเหลียงสวินก็แสยะยิ้ม ดวงตาหงส์ที่ดูเจ้าชู้เล็กน้อยเก็บสายตาจากนางอย่างไม่ยี่หระ “ได้ ส่งไปที่เรือนข้า”
เสี่ยซานเต้าดีใจเหลือเกิน พลางเอ่ยรับว่า “อ้อๆ ได้ขอรับหัวหน้าเหลียง!”
ไอ้คนบ้านนอกนี่ถูกสะกดให้เตลิดแล้วกระมัง
เขาก็รู้อยู่แล้วว่า บุรุษไม่ว่าจะเรื่องมากหรือจู้จี้เพียงไร ก็เป็นเพียงเพราะยังไม่พบเจอแม่นางที่ใช่!
“ไปเถิดๆ ต่อไปนี้เจ้าก็จงติดตามหัวหน้าเหลียงใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเถิด” เสี่ยซานเต้าดึงหยวนอวี้เดินพลางกำชับไปพลาง
เสียงขี้เกียจเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง “มือ”
เสี่ยซานเต้ารีบหดมือที่กำมุมแขนเสื้อของหยวนอวี้กลับ บนแผ่นหลังถึงกับมีเหงื่อเย็นซึม
เสี่ยวอันเดินตามมาแล้วยิ้มโง่ว่า “นายท่าน ผู้น้อยก็บอกแล้วว่า งามล้ำเลิศ งามเลิศล้ำ งามเป็นที่สุด!”
เหลียงสวินหัวเราะในลำคอทีหนึ่ง ไม่ได้โต้แย้ง
หาใช่เพียงงาม ยังขาวอีกด้วย ต่อให้เป็นคนอย่างเขาที่ยังไงก็ไม่ดำ ก็นับว่าขาวกว่าเขาเสียอีก ราวกับหยกมันแกะไข หากลูบต้องคงลื่นละมุนยิ่ง~
เหลียงสวินลูบคาง ทำเสียงจิ๊จ๊ะ ดวงตาหงส์ยิ้มอย่างทะเล้น เต็มไปด้วยท่าทางไม่จริงจัง
เสี่ยซานเต้าเหมือนจะรีบส่งตัวตลกร้ายออกไป ส่งหยวนอวี้ถึงหน้าประตูเรือนของเหลียงสวินแล้วก็หมุนตัวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว “ยืนนิ่งทำไม เข้าไปเถิด ต่อไปนี้ที่นี่ก็คือเรือนของสามีเจ้า”
หยวนอวี้ไม่ขยับคล้ายกำลังตัดสินใจในสิ่งที่ยากลำบาก
เมื่อครู่ นางได้เห็นบุรุษผู้นั้นแล้ว สูงนัก สูงยิ่งนัก รูปลักษณ์ภายนอกพอเข้าตาอยู่บ้าง แต่งกายไม่ใส่ใจเลย เป็นเพียงนักเลงไร้ยางอายผู้หนึ่ง
ที่สำคัญเต็มไปด้วยกลิ่นอายอาฆาต ดูไม่ใช่คนหลอกง่ายและหาใช่คนนุ่มนวล
นางจึงลังเลอยู่บ้าง สายตาที่คนผู้นั้นมองนางนั้นทำให้นางขนลุก รู้สึกราวกับจะถูกเขากลืนกินทั้งเนื้อทั้งตัว
นางยังมิทันตัดสินใจ ประตูใหญ่ก็ถูกผลักออก หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งเห็นคนตรงหน้าก็ขมวดคิ้วทันที กล่าวอย่างจับผิดว่า “โอ๊ยบัดซบ นางจิ้งจอกที่ไหนมาอยู่ตรงหน้าประตูเรือนข้า”
หยวนอวี้ไม่ปริปาก
หญิงชราผู้นั้นเดินออกมาล้อมรอบนางแล้วเวียนไปมา กล่าวอย่างรังเกียจว่า “เจ้าก้นกลมก็จริง แต่ยังใหญ่ไม่พอ! ต้องใหญ่เท่ากระด้งจึงจะออกลูกเป็นชายได้ดี”
หยวนอวี้ขมวดคิ้ว นางคือองค์หญิงใหญ่ที่หยวนตี้ทะนุถนอมประหนึ่งอัญมณีบนฝ่ามือ เหตุใดจึงต้องได้รับความอัปยศเช่นนี้ ถูกวิพากษ์วิจารณ์รูปร่าง
“นางจิ้งจอกน้อย แน่ล่ะว่ามายั่วยวนบุตรชายข้าอีกแล้ว ข้าขอบอกไว้ก่อน สตรีอย่างเจ้าลูกข้านับว่าต่ำต้อยเกิน ไม่เอาเด็ดขาด รีบไปเสียโดยเร็ว……”
นางไม่เพียงแต่เอ่ยวาจา ยังลงมือผลักไสด้วย
หยวนอวี้ถูกนางผลักจนเซถอยหลัง เกือบจะล้มลง ทันใดนั้นเบื้องหลัง มีมือที่อบอุ่นแต่กลับสากยื่นมาจับเอวนางไว้ และคลึงเคล้นอย่างไม่เกรงใจคราหนึ่ง จากนั้นประคองให้นางมายืนมั่นตรงหน้าอกของตน
เหลียงสวินยิ้มแย้มคล้ายจะหัวเราะแต่ก็มิใช่ จ้องมองมารดาตน “คนที่ท่านพ่อเพิ่งได้มา ท่านจะให้นางไปที่ใดกัน”
“เร่งไปต้มน้ำร้อนมา คืนนี้บุตรชายของท่านจะเข้าหอ”
