หัวใจของเจียงฉีเนี่ยนเต้นตึกตัก ตุบ ๆๆ!
ใบหู ลำคอ และใบหน้าแดงระเรื่อไปหมด ร่างกายร้อนผ่าว น้ำลายเอ่ออยู่ในปากจนไม่กล้ากลืน แม้แต่ลมหายใจก็ยังกลั้นไว้
หัวใจยังเต้นแรงไม่หาย เธอก็เผลอทำตามสัญชาตญาณ จุมพิตลงบนริมฝีปากที่ปรารถนามานาน
หลังจูบเสร็จ ยังใช้ปลายลิ้นเล็ก ๆ เลียเบา ๆ อีกครั้ง
เธอซุกไซ้ศีรษะไปมาอย่างสะเปะสะปะ ราวกับกำลังหาหมอน ก่อนจะฝังหน้าลงตรงซอกคอเขา แล้วแน่นิ่งไป
รุ่งเช้าวันถัดมา
จิ้นเคอเหยี่ยนกดขมับที่ปวดตุบ ๆ แล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย
ลมหายใจตรงซอกคอร้อนผ่าวจนชวนให้ใจสั่น ขนตาของเขากระตุกเล็กน้อย ก่อนก้มลงมอง
หญิงสาวนอนขดตัวอย่างว่าง่ายอยู่ในอ้อมแขน หน้าม้าฟูฟ่องชี้งอนเป็นลอน เขามองเห็นเพียงปลายจมูกขาวผ่อง...กับริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ
หัวใจพลันกระตุกวูบ เขางอนิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพบว่าฝ่ามือของตนวางอยู่บนท้ายทอยเธอ ผิวเนียนละเอียด เย็นนุ่ม และหอมละมุน
เขาชะงักไปสองสามวินาที ก่อนจะบีบท้ายทอยเธอแล้วดึงร่างออกไปด้านข้างอย่างเย็นชา
เขารู้สึกถึงความผิดปกติช่วงล่างตั้งแต่ก่อนลืมตาเสียอีก
ต่อให้เป็นคนใจเย็นแค่ไหน เวลานี้ก็สงบใจไม่ลง
สายตาเลื่อนไปยังร่างนั้น รูม่านตาพลันหดวูบ
เป็นเธอ
นักเรียนอันดับสองที่ซื่อ ๆ คนนั้น
เธอมักทำหน้าเหม่อลอย เดินชนคนอื่น ตอนเรียนก็เอาแต่ใจลอยมองหน้าต่าง แม้แต่ครูเรียกยังไม่ได้ยิน
มองยังไงก็เป็นเด็กสาวขี้กลัว ซื่อ ๆ และว่าง่าย
เมื่อคืนคงดื่มมากเกินไปจริง ๆ...
“อืม...” เสียงหวานนุ่มดังขึ้น เขาเงยหน้ามองไป
คนที่นอนอยู่บนหมอนขยี้ตาอย่างง่วงงุน หาวหวอด ก่อนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและสบตากับเขา
ชั่วพริบตา เธอราวกับลูกแมวขนพอง กอดผ้าห่มไว้แน่น สายตากวาดมองไปมาอย่างลนลาน “คะ...คุณ...คุณ...”
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง นิ้วมือกดคลึงหว่างคิ้วที่ขมวดเข้าหากัน
“ขอโทษ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึง...” เสียงของเขาแหบพร่าจากการเพิ่งตื่น “แต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ผู้หญิงเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ฉันจะชดเชยให้ หวังว่าเราจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้...”
เขาพูดยังไม่ทันจบ นักเรียนอันดับสองก็สะอื้นกอดผ้าห่ม “ฮือ ๆ ฉันตั้งใจ...มาหาแฟนตัวเองแท้ ๆ ทำไมถึงกลายเป็นคุณล่ะ ทำยังไงดี ฮือ ๆ ทำไมฉันถึง...กับคุณ ฮือ ๆ...”
ดวงตาของเธอแดงก่ำ พอลืมตาที่ชุ่มน้ำขึ้น เธอก็คว้ากล่องถุงยางบนผ้าห่มขึ้นมา แววตาหวาดหวั่นและอ่อนแอ “คุณ...คุณยังใช้ของที่ฉันซื้อให้แฟนฉันอีก...”
จิ้นเคอเหยี่ยนไม่คิดเลยว่าเธอจะมีแฟนแล้ว
คราวนี้ยิ่งยุ่งเข้าไปใหญ่
“ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยคุยกัน” สายตาของเขากวาดผ่านหัวไหล่กลมมนขาวผ่องของเธอ
เจียงฉีเนี่ยนเงยหน้าขึ้น ดวงตาพร่าชื้นสบกับเขา ก่อนสายตาจะค่อย ๆ เลื่อนไปด้านหลัง
จิ้นเคอเหยี่ยนหันไปมอง...ให้ตายสิ
ชุดชั้นในกับกระโปรงของเธออยู่บนหมอนของเขา
นิ้วยาวเรียวเกี่ยวสายเส้นเล็กขึ้นมา แล้วหยิบเสื้อผ้ายื่นให้เธอ
ผ้าฝ้ายสีขาวนวลมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่อบอวลไม่จาง คล้ายกลิ่นหวานละมุนปนกลิ่นผลไม้ ห่อหุ้มผู้คนอย่างนุ่มนวล ราวกับหมอกอุ่นลอยเข้ามาในโพรงจมูก
เป็นครั้งแรกที่เด็กหนุ่มผู้สุขุมเยือกเย็นอยู่เสมอชะงักงันเพราะกลิ่นหอมนี้อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันช่วงล่าง
เขาลงจากเตียง กวาดตามองไปรอบห้องเพื่อหาโทรศัพท์
หลังหยิบโทรศัพท์ได้ เขาเหลือบมองไปยังก้อนคนที่ถูกกระโปรงสีชมพูคลุมอยู่บนเตียง เธอร้องไห้เสียงเบา พยายามกลั้นไม่ให้มีเสียง แต่ร่างกายกลับสั่นเทาและสะอื้นไม่หยุด
หัวใจเขาอ่อนลงอย่างไม่มีสาเหตุ
เขาถอนหายใจ ขยี้ผมสองสามที แล้วเดินเข้าไปทั้งที่ช่วงล่างพันผ้าเช็ดตัวไว้
ส่วนสูง 188 เซนติเมตร ไหล่กว้างเอวสอบ กล้ามเนื้อไม่หนามาก ไล่ลงมาถึงร่องหน้าท้องที่เห็นชัด มีไฝเม็ดเล็กอยู่ด้านซ้าย พอดีกับข้างเส้นเลือดที่นูนขึ้นมา
เขายืนข้างเตียง ก้มมองโทรศัพท์แล้วปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ มืออีกข้างดึงชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนขึ้นอย่างเกียจคร้าน สวมผ่านศีรษะให้เธอเพื่อเตือนให้รีบใส่
ใครจะรู้ว่าเธอยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ ไหล่เล็กบอบบางสั่นระริก
เขาทำอะไรไม่ได้ จึงต้องช่วยเธอใส่ต่อ พอปลดล็อกโทรศัพท์ก็พบว่ามีสายไม่ได้รับกว่าสิบสาย
ทั้งหมดมาจากชุยช่าน เพื่อนร่วมโต๊ะของเขา เขาจึงกดโทรกลับให้ทันที
ปลายสายรับอย่างร้อนรน “พี่เหยี่ยน ในที่สุดก็ตื่นแล้วเหรอ เห็นเจียงฉีเนี่ยนไหม เธอไม่ได้อยู่ในห้อง เมื่อคืนไม่ได้ค้างที่นี่เหรอ ฉันส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ ถามผู้หญิงหลายคนแล้ว เมื่อคืนไม่มีใครเห็นเธอเลย จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า”
มือที่กำลังช่วยหญิงสาวสวมเสื้อชะงักไปเล็กน้อย เขาตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ไม่เห็น มีธุระอะไรกับเธอเหรอ”
พูดจบ เขาก็หยิบเส้นผมที่ติดอยู่ใต้คอเสื้อของเธอออกให้ นิ้วมือเย็น ๆ ปัดผ่านผิวเธอ
อีกฝ่ายลังเลเล็กน้อย “พี่เหยี่ยน รบกวนช่วยติดต่อคนของโรงแรมให้ตามหาเธอที”
“ให้ฉันช่วยเหรอ”
เขาก้มตัวลงเล็กน้อย ฝ่ามือประคองแขนเรียวเล็กของหญิงสาว แล้วเตือนเสียงเบา “แขน”
คนที่นั่งเหม่ออยู่บนเตียงมองเขาในที่สุด ทว่ากลับเบะปากน้อย ๆ น้ำตาไหลหนักกว่าเดิม ยังคงไม่ขยับ ราวกับกำลังเสียขวัญจนทำอะไรไม่ถูก
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงอย่างจนใจ จึงหนีบโทรศัพท์ไว้ระหว่างไหล่กับใบหู แล้วใช้มือทั้งสองข้างช่วยเธอสวมเสื้อ
เจ้าของเสื้อไม่ให้ความร่วมมือ ชุดกระโปรงตัวนี้จึงใส่ยากจริง ๆ ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่เคยช่วยใครใส่เสื้อผ้ามาก่อน
ปลายสายลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดออกมาในที่สุด “เจียงฉีเนี่ยนเป็นแฟนฉัน เธอขี้กลัว ก็เลยไม่เคยเปิดเผยเรื่องนี้”
มือที่จับแขนหญิงสาวและเพิ่งสวมแขนเสื้อให้ข้างหนึ่งพลันชะงัก
ปลายนิ้วของเขาลูบไล้ผิวเนียนละเอียดโดยไม่รู้ตัว ก่อนตอบอย่างเกียจคร้าน “อ้อ...”
“ฉันจะให้ผู้จัดการโรงแรมช่วยหา นายรออยู่ชั้นหนึ่ง” ดวงตาหม่นมองกล่องใบเล็กที่หญิงสาวกำไว้แน่น ก่อนจะได้ยินชุยช่านตอบอย่างยินดีจากปลายสาย
“เพื่อนแท้เลย ตกลง ฝากด้วยนะ”
หลังวางสาย เขาก็โยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้าง ๆ พอเริ่มชำนาญแล้ว ความเร็วก็เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย เขาช่วยเธอสวมแขนเสื้ออีกข้าง
จากนั้นเขาหยิบเสื้อยืดสีขาวบนพื้นมาสวมคลุมศีรษะ กล้ามเนื้อหน้าท้องขยับขึ้นลงตามลมหายใจ ไฝเม็ดเล็กนั้นก็ขยับตามไปด้วย
“เดี๋ยวเธออธิบายกับแฟนว่า ผู้จัดการจัดห้องผิด เธอพักอยู่ชั้นบน พอออกไปแล้วก็ขึ้นลิฟต์ไปชั้นบนก่อน จากนั้นค่อยลงมารวมกันที่ชั้นหนึ่ง”
พอได้ยินคำว่าแฟน เธอก็ยิ่งมีปฏิกิริยารุนแรง ริมฝีปากสีชมพูอ่อนเม้มเข้าหากัน สั่นระริกไม่หยุด
จิ้นเคอเหยี่ยนพิงกำแพง หยิบกระดาษทิชชูสองแผ่นยื่นให้ “ใจเย็น ๆ ถ้าเขารักเธอจริง เขาจะไม่เลิกกับเธอเพียงเพราะเกิดอุบัติเหตุแล้วเธอไปนอนกับใคร”
