บทที่ 5 ถูกวางยา เมิ่งหว่านซูตกอยู่ในอันตราย!
จ้าวต้าฝูเดินออกจากประตู โบกมือเรียกหลี่กวนฉี แล้วดึงไปด้านหลังอธิบายสั้น ๆ
ดวงตาหลี่กวนฉีเครียดขึง กำหมัดแน่น
“เป็นไปไม่ได้... ไม่ใช่แน่... หว่านซูลงจากเขาเมื่อไหร่กัน!”
เงยหน้ามองจ้าวต้าฝู เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เห็นหน้าชัดไหม? สูงเท่าไหร่?”
จ้าวต้าฝูขมวดคิ้วคิดอยู่พักใหญ่ แล้วเอามือเทียบข้างหูหลี่กวนฉี
“สูงประมาณนี้”
“หน้าตาดี แต่เห็นไม่ค่อยชัด แวบเดียวก็ผ่านไป”
ชายหนุ่มดูเหมือนจะตระหนักว่าหลี่กวนฉีอาจรู้จักเด็กสาวคนนั้น จึงปลอบ
“เฮ้อ เด็กนั่นไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้คงออกจากเมืองกำลังกลับแล้ว”
แต่เสี่ยวเอ้อบนเคาน์เตอร์ร้านเหล้ากลับพึมพำ “ข้าว่าไม่แน่ โก่วซานนั่นมันนักเลงหัวไม้ คอยรับใช้คุณชายใหญ่ เกรงว่า...”
เสี่ยวเอ้อส่ายหัว ไม่ได้พูดให้ชัดเจน
หลี่กวนฉีสะพายไหเหล้าพาดบ่า ก้าวสามทีเป็นสอง มายังท่านอาผู้นั้น
“ท่านอาเซียว! คือข้าเอง”
ชายชราน้ำตาคลอ ค่อย ๆ เงยหน้า ใช้แขนเสื้อเช็ดตาจึงเห็นว่าผู้มาคือหลี่กวนฉี
“อ้าว สหายน้อยหลี่”
“ดูสิ... ข้านี่... เฮ้อ...”
มองดูท่าทางมือไม้วุ่นวายของคนแก่ หลี่กวนฉีก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาทักทาย
หลี่กวนฉีเอ่ยถาม “ก่อนหน้านี้มีเด็กสาว อายุสิบสามสิบสี่ เตี้ยกว่าข้านิดหน่อย ใส่กระโปรงปักดอกไม้ขาวที่ปลายแขนเสื้อ มาซื้อขนมเข่งที่ท่านหรือไม่?”
คนแก่ครุ่นคิดเล็กน้อย ก็นึกถึงเมิ่งหว่านซูที่ซื้อขนมเข่งสี่ชิ้นได้
“ใช่ ๆ มีเด็กสาวคนนั้นแหละ!”
“เด็กนั่นตอนแรกซื้อสามชิ้น หลัง ๆ เปลี่ยนเป็นสี่ชิ้น ข้าก็ห่อให้ใหม่ จำได้แม่น”
ใจหลี่กวนฉีทรุดลง ยืนยันว่าคนที่ถูกเล็งไว้คือเมิ่งหว่านซู!!
พอคิดว่าเป็นเมิ่งหว่านซู หลี่กวนฉีก็ใจเต้นระส่ำ จับไหล่คนแก่ถาม “เด็กสาวนั่นไปทางไหน?”
แต่คนแก่ตอนนี้จะยังจำเรื่องพวกนั้นได้อย่างไร?
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมิ่งหว่านซูเคยอยู่ในฝูงชน
“ทางตะวันออกของเมือง!”
เสี่ยวเอ้อในร้านเหล้าชี้ทาง หลี่กวนฉีพยักหน้าน้อย ๆ ไม่ทันขอบคุณก็พุ่งหายเข้าไปในฝูงชน!
ในเวลาเดียวกัน
เมิ่งหว่านซูถอนหายใจโล่งอก ในที่สุดนางก็สลัดคนที่ตามหลังหลุดแล้ว
เงยหน้ามองฟ้าที่ค่อย ๆ มืดลง หญิงสาวเดินมุ่งหน้าออกนอกเมืองด้วยใจร้อนรน ถ้าช้ากว่านี้ก่อนฟ้ามืดจะถึงบ้านไม่ได้
ถึงตอนนั้นพ่อแม่จะต้องเป็นห่วงแค่ไหน
แต่เพิ่งเดินไปไม่ไกล นางก็เห็นยายแก่คนหนึ่งนอนหมดแรงอยู่ข้างทาง
ตอนแรกนางตั้งใจจะไม่สนใจเดินผ่านไป กัดฟันเร่งฝีเท้า
แต่ในตอนนั้นเอง ยายแก่พยายามรวบรวมแรงทั้งหมด คว้าชายกระโปรงเมิ่งหว่านซูไว้
ใบหน้าซีดเซียว ริมฝีปากแห้งแตก เห็นได้ชัดว่าขาดน้ำและอาหารมานาน
หญิงชรายื่นมือเหี่ยวย่น จับชายกระโปรงเมิ่งหว่านซูไว้ สะท้านสะท้านเอ่ย
“แม่หนู... ให้... ให้ข้า... อะไร... กินหน่อยเถอะ”
พูดพลาง เอามือล้วงในอกหยิบกำไลหยกห่อผ้าขาดยื่นให้เมิ่งหว่านซู
“กำไลนี้เป็นของข้า... แม่หนูให้ข้ากินหน่อยก็พอ”
พูดไป น้ำตายายแก่คลอขอบตา ดูน่าสงสารยิ่ง
เมิ่งหว่านซูเห็นแล้วก็ทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ยายแก่อดตายบนถนน จึงหยิบขนมเข่งในห่อน้ำมันออกมาหนึ่งชิ้นยื่นให้
จนใจ มือยายแก่กำแน่นเกินไป ถ้านางไม่ให้คงหนีไม่พ้น
“นี่ให้เจ้า ปล่อยมือเถิด”
ยายแก่รับขนมเข่งไปกินอย่างตะกละตะกลาม แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือ
เมิ่งหว่านซูลนลานดึงชายกระโปรงแรง ๆ ขมวดคิ้วตวาด “ข้าให้เจ้ากินแล้ว ปล่อยมือเถิด...”
ยายแก่สวมกำไลหยกใส่ข้อมือเมิ่งหว่านซูอย่างขืนใจ
“อุ๊ย!! เจ็บ... ข้าไม่ต้องการ!! เจ้ารีบเอาคืนไป!”
แววตายายแก่ฉายประกายคมวาบ ปล่อยมือ แล้วคายขนมเข่งในปากออกมา
“แม่หนู สวมไว้เถิด”
สิ้นเสียง ในตรอกมืดไกล ๆ ก็มีเสียงตะโกนลอย ๆ ดังขึ้น
“แม่! อยู่ไหนนั่น?”
“กำไลบ้านเราเก็บไว้ให้ลูกสะใภ้นะ”
เสียงเรื่อยเฉื่อยดังมาจากตรอกมืด แฝงด้วยความยียวนกวนประสาท
สีหน้าเมิ่งหว่านซูเปลี่ยนไป เข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
ทิ้งของในมือ พยายามจะดึงกำไลออกอย่างเต็มกำลัง ข้อมือของนางถูกับกำไลจนแดงเถือก แต่ตอนนั้นเอง ร่างในตรอกมืดก็ค่อย ๆ ปรากฏ
มีด้วยกันห้าคน คนนำหน้าคือโก่วซานหน้าตาเจ้าเล่ห์!
“ฮ่า ๆ ๆ แม่ นี่คือลูกสะใภ้ที่เจ้าเลือกให้ข้าหรือ?”
เมิ่งหว่านซูผงะถอยหลัง มองคนเหล่านี้ด้วยความหวาดกลัว
แต่บ่าวไพร่ไม่กี่คนปิดทางซ้ายขวาของนางไว้หมดแล้ว
เมิ่งหว่านซูตวาด “ข้าไม่ใช่! เจ้าอย่าพูดมั่ว!”
โก่วซานเอามือซุกแขนเสื้อ ยิ้มตาหยีมองข้อมือเมิ่งหว่านซู
“อ้าว? แล้วจะไม่ใช่ได้ยังไง? เจ้าก็สวมของหมั้นของบ้านข้าอยู่”
พูดไป โก่วซานก็เดินเข้าไปใกล้เมิ่งหว่านซู สายตากวาดผ่านหน้าอกของนาง แววตาฉายแววลามก
สายตาสกปรกน่าสะอิดสะเอียนนี้ทำให้หน้าเมิ่งหว่านซูซีดขาว
รอบ ๆ แม้จะมีชาวบ้านแอบยื่นหน้ามาดูเรื่องสนุก แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปาก
ส่วนแม่นางเหมยที่ปลอมเป็นยายแก่ ก็ทำเป็นน่าสงสารพูดกับฝูงชนที่มุงดู
“เด็กสาวคนนี้ตกลงแต่งงานกับบ้านข้าแล้ว รับของมรดกตกทอดบ้านข้าไปเอง บัดนี้กลับจะกลับคำ...”
สิ้นคำนั้น ฝูงชนรอบข้างก็ระเบิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์
“เด็กเดี๋ยวนี้ช่าง... ตกลงเองแล้วจะกลับคำได้ยังไง?”
“ใช่ ดูกำไลบนมือนั่นก็รู้ว่ามีค่ามาก”
“เฮ้อ... โก่วซานเป็นเด็กกำพร้า จะมีแม่มาจากไหน เด็กคนนี้...”
แม้จะมีหลายคนรู้เบื้องหลัง แต่คนส่วนใหญ่ก็ถูกยายแก่หลอกลวง
ยายแก่ก้มหน้า ผมเผ้ายุ่งเหยิงบังแววตาเจ้าเล่ห์
นางถึงขั้นกำลังคิดว่าอีกเดี๋ยวพอได้เงินรางวัลแล้วจะแอบย้ายที่อยู่ดีไหม
ทันใดนั้น!!
แววตาเมิ่งหว่านซูวาบแวบดุดัน ยกข้อมือฟาดลงบนก้อนหินที่พื้นอย่างแรง!!
โก่วซานตกใจสะดุ้ง กำไลนี่เป็นของที่หยิบมาจากจ้าวหยวนหลิน มีค่ามหาศาล
“หยุด! เจ้ากล้าดี!!”
เมิ่งหว่านซูไม่แยแสคำพูดของชายหนุ่มเลย
ปัง!! แกร๊ก!!!
กำไลหยกมูลค่ามหาศาลแตกกระจายตามเสียง เศษกำไลบาดข้อมือหญิงสาวเป็นแผลลึก
ไม่รู้ว่าโดนเส้นหรืออย่างไร เลือดไหลไม่หยุด
เมิ่งหว่านซูลุกขึ้นยืน อกกระเพื่อมน้อย ๆ อารมณ์พลุ่งพล่าน
โก่วซานมองกำไลหยกที่แตก สีหน้าค่อย ๆ มืดมน
เงยหน้ามองเมิ่งหว่านซู ก้าวใหญ่เข้าไป ตบหน้านางหนึ่งฉาด
เพี๊ยะ!!
“หญิงชาติชั่ว ให้เกียรติไม่รับ!”
เมิ่งหว่านซูล้มลงบนแผ่นหินเขียวเย็นเยียบ มือถลอกเป็นแผล แก้มบวมแดงขึ้นรอยนิ้วมือทันที
ฝูงชนเห็นโก่วซานลงมือ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็เบาลงมาก
ถึงขั้นที่ภายใต้แรงกดดันของโก่วซาน ฝูงชนพากันถอยหลังหลายก้าว
เมิ่งหว่านซูแสดงสีหน้าเจ็บปวด เงยหน้ามองไปรอบ ๆ พยายามจะร้องขอความช่วยเหลือ อ้าปากแล้วอ้าปากอีก แต่กลับไม่มีเสียงเล็ดลอด
ฝูงชนที่เย็นชาไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับโก่วซาน ชายหนุ่มเพียงกวาดสายตาเย็นชาไปรอบ ๆ กลับมีคนดูสนุกหลายคนเดินหนีไปเฉย ๆ
โก่วซานหัวเราะเย็นชา ย่อตัวลงมองเมิ่งหว่านซูที่ขอบตาแดงก่ำ เอ่ยเสียงเย็น
“ในเมื่อเจ้าทำกำไลแตก กำไลบ้านเรามูลค่าสามร้อยตำลึงเงิน ให้เงินมา หรือไม่ก็กลับไปแต่งงานกับข้า!”
แต่นิสัยดื้อรั้นในใจของเมิ่งหว่านซูไม่อนุญาตให้นางแสดงความอ่อนแอต่อหน้าโก่วซานในยามนี้
แม้แก้มจะร้อนผ่าวด้วยความเจ็บปวด ความเจ็บที่มือกระหน่ำสมองระลอกแล้วระลอกเล่า แต่นางก็ยังเชิดคอเอ่ยเย็นชา
“ฝันบ้าของมึงสิ!!”
“วันนี้ข้าจะเอาหัวโขกให้ตายที่นี่ ก็ไม่มีทางไปกับเจ้าเด็ดขาด!”
โก่วซานหัวเราะเย้ย
“เหอะ ๆ สาวน้อยก็ดุเหมือนกันนี่”
“มา พวกเรา พาไป!!”
สิ้นเสียง เมิ่งหว่านซูกลับคว้าก้อนหินเปื้อนเลือดบนพื้นฟาดใส่หัวโก่วซานอย่างจัง!!
ตุบ!!!!
เลือดสาดกระเซ็น ดั้งจมูกโก่วซานยุบลงไปทันที ใบหน้าเปรอะเปื้อนเลือดเละเทะ
เมิ่งหว่านซูลุกขึ้นจะวิ่งหนี แต่ถูกชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดจวนสกุลจ้าวจับผมล้มลงกับพื้น!!
“ยังจะหนีอีก?! พี่หมาสาม เป็นอะไรไหม?”
เมิ่งหว่านซูดิ้นรนสุดแรง “ปล่อยข้า! ปล่อย!!”
แต่เด็กสาวที่ถูกชายฉกรรจ์สองคนจับกั้นกลาง แรงนั้นอ่อนเกินไป ไม่ว่านางจะดิ้นรนเท่าไหร่ก็หลุดไม่ได้
โก่วซานถูกประคองขึ้นจากพื้น เลือดบังตาทั้งสองข้าง ความเจ็บปวดรุนแรงที่สันจมูกแทบทำใหัเสียสติ
“ข้าจะฆ่ามึง!!!”
พลิกข้อมือ หยิบกริชออกจากแขนเสื้อ แต่ถูกสองมือรั้งไว้
“พี่หมาสาม พี่หมาสาม ไม่ได้นะ... ถ้าลงมือไป คุณชายจะเอาผิดไม่ได้นะ!”
โก่วซานสงบสติอารมณ์ อกกระเพื่อมแรง จ้องเขม็งไปที่เมิ่งหว่านซู เลียเลือดที่มุมปาก เอ่ยเสียงเย็น
“หญิงชาติชั่ว... มึงรอไปเถอะ พอคุณชายเล่นเสร็จ ข้าจะปรนนิบัติมึงอย่างดี!!”
“พาไป!!!”
เมิ่งหว่านซูตื่นตระหนก ความสิ้นหวังลึกท่วมท้นนาง
“ช่วยข้าด้วย!! ขอร้องล่ะ ช่วยข้า ข้าไม่รู้จักพวกมัน!”
“ยายแก่กับพวกมันเป็นพวกเดียวกัน!! ข้าให้ของกินมัน!!”
“กำไลยายแก่นั่นยัดใล่ข้า ช่วยข้าด้วย!!”
แต่เสียงร้องขอความช่วยเหลือของนางไม่ได้ปลุกความสงสารของคนอื่น พวกเขาไม่มีความกล้าพอจะต่อกรกับตระกูลจ้าว
ทุกคนพากันไม่แยแสต่อเสียงร้องของเมิ่งหว่านซู
กลุ่มคนรุดหน้าแหวกฝูงชน มุ่งหน้าเข้าไปในเมือง
ไม่ว่าเท้าเมิ่งหว่านซูจะถูไถกับพื้น ก็ต้านแรงของชายข้าง ๆ ไม่ได้
ทันใดนั้น!!!
ในสายตาของเมิ่งหว่านซูปรากฏคนคุ้นเคยเกินคุ้นเคยคนหนึ่ง...
อารมณ์ที่ตึงเครียดของเด็กสาวพลันพังทลาย ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมเต็มไปด้วยความคับแค้น
น้ำตาเมิ่งหว่านซูไหลพรูราวเขื่อนแตก เม้มปากพยายามไม่ให้เสียงร้องไห้หลุด ภาพนางร้องไห้ดูน่าสงสารน่าเห็นใจ
หลี่กวนฉียืนอยู่ไกลออกไปสิบวา มองดูภาพนี้ด้วยสีหน้ามืดมนถึงขีดสุด
โดยเฉพาะเมื่อเห็นข้อมือเปื้อนเลือดของเมิ่งหว่านซู และรอยนิ้วมือสะดุดตาบนแก้มของนาง
เลือดลมพลุ่งพล่านขึ้นสู่ศีรษะ มือเท้าหลี่กวนฉีชาเล็กน้อย ภายในร่างเลือดลมพลุ่งพล่าน ดวงตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด
โก่วซานมองดูเด็กหนุ่มไม่ไกล ขมวดคิ้ว หยิบกริชจากแขนเสื้อเดินเข้าไป
“ขอทานมาจากไหน?”
“ไสหัวไป อย่าเสือกเรื่องคนอื่น”
ริมฝีปากหลี่กวนฉีสั่นน้อย ๆ พึมพำเบา ๆ “ท่านปู่ กลับไปค่อยดุข้า...”
เขามองเมิ่งหว่านซูด้วยสายตาอ่อนโยน ยิ้มอบอุ่นออกมาบนใบหน้า เอ่ยเบา ๆ
“หว่านซู หลับตาเสีย เมื่อไหร่ข้าให้ลืมตาค่อยลืม”
เมิ่งหว่านซูเม้มปาก พยักหน้ารัว ๆ แล้วค่อย ๆ หลับตาลง
หลี่กวนฉีค่อย ๆ วางไหเหล้าบนบ่าลง กำหมัดแน่นจนดังกรอด
ความตั้งใจสังหารในดวงตาแทบจะควบคุมไม่อยู่ แพร่ซ่านในใจตั้งแต่เห็นอันตรายที่เมิ่งหว่านซูได้รับ!
หมู่บ้านฝูหลงแม้จะมีบางคนที่น่ารังเกียจ แต่ก็มีหลายคนที่ดีต่อเขาจริงใจ!
เมิ่งหว่านซูต่อว่าเขาทุกวัน แต่บ้านมีของอร่อยอะไรก็ต้องเก็บให้เขาส่วนหนึ่ง
โก่วซานมองหลี่กวนฉีด้วยสีหน้าดุดัน โบกมือใหญ่ “จัดการมัน!!”
ความเจ็บบนใบหน้าทำให้เขาหงุดหงิดตลอดเวลา ตอนนี้หลี่กวนฉีปรากฏตัวก็พอดีเป็นช่องระบายอารมณ์
คนสามคนวิ่งเข้าใส่หลี่กวนฉีพร้อมกัน
แต่แล้วก็มีเสียงทุ้มดังขึ้นข้างหูพวกเขา!!