# บทที่ 26 การโต้กลับของฉางอาน
ฉางอานเกิดเรื่องแล้ว!
จวนของอวี๋ลิ่งถูกปิดผนึก อาสองแห่งตระกูลอวี๋แม้มิได้ถูกจองจำในคุก แต่ตัวกลับถูกกักไว้ ณ วัดต้าฉือเอิน
คนตระกูลอวี๋ที่เหลือล้วนถูกกักรวมไว้กับเขา สะดวกต่อการควบคุม
การปิดผนึกตระกูลอวี๋เป็นเพียงจุดเริ่มต้น!
โรงตีเหล็กถูกปิด โรงสกัดน้ำมันถงถูกปิด คลังของจวนเจ้าเมืองก็ถูกปิด...
กองทหารอู่กงก็มีเชียนหู้คนใหม่มา กองทหารก็เท่ากับถูกปิดไปด้วย!
ราชสำนักส่งคนมา ทำให้ฉางอานปั่นป่วนเป็นจลาจลโดยตรง!
หรูร่างนับดูคร่าวๆ พวกเขาปิดผนึกครานี้เท่ากับทำให้คนกว่าสี่พันคนตกงาน
ฟังดูแล้วสี่พันคนอาจไม่มาก แต่ถ้าเป็นสี่พันครัวเรือน สี่พันครอบครัวเล่า?
เวลาเพียงไม่ถึงสามวัน ราคาสิ่งของในฉางอานก็เริ่มพุ่งสูง
หรูร่างนึกว่าเรื่องจะจบเพียงเท่านี้!
คนจากราชสำนักยังปิดผนึกที่นาหลายพันหมู่ที่เป็นทรัพย์สินส่วนรวมของครัวเรือนทหารโดยตรงอีก
เพราะมีผู้มีอันจะกินอ้างว่านั่นคือที่ดินของพวกตน เป็นที่ที่อวี๋ลิ่งแย่งชิงไปจากมือพวกเขา!
ทุกที่กำลังเร่งทำการเพาะปลูกฤดูใบไม้ผลิ แต่ที่ดินกว่าสองพันหมู่เหล่านี้กลับยังโล่งเตียน
ไร่ชาไม่ถูกแตะต้อง พวกผู้มีอันจะกินที่ปลูกไร่ชาล้วนยินดีปรีดาที่สุด!
เดิมทีอวี๋ลิ่งเพียงยอมให้คนเหล่านี้เช่าห้าสิบปี
แต่เดิมพวกเขาจำใจต้องรับงานนี้เพราะเกรงอำนาจอวี๋ลิ่งที่เป็นถงจือ ผนวกกับราคาค่าเช่าไม่แพง
พวกเขาต่างเฝ้ารอให้อวี๋ลิ่งถูกโยกย้าย!
พอดีสองปีมานี้อวี๋ลิ่งไม่ได้กลับมา ไร่ชาเริ่มทำกำไร
ภายใต้การล่อลวงของผลประโยชน์ พวกผู้มีอันจะกินที่ตอนแรกมาปลูกชาจึงมีจิตคิดคด
พวกเขาอยากครอบครองไร่ชาเหล่านี้ เปลี่ยนที่ดินให้กลายเป็นของตัวเอง
จิตใจของพวกผู้มีอันจะกินคนอื่นก็ยิ่งคาดเดาได้ง่าย
ก่อนหน้านี้ให้คนมาทำงานให้ก็แค่ให้อาหารกิน ราษฎร์ยังต้องขอบคุณพวกเขา แต่หลังจากอวี๋ลิ่งมาเป็นเจ้าเมือง...
ถึงกับต้องให้เงินอีก?
เรื่องเล็กที่เป็นธรรมดาเช่นนี้ กลับเป็นสิ่งที่พวกเขาผู้มีหัวคิดฝังรากลึกยอมรับไม่ได้
ตอนอวี๋ลิ่งอยู่ที่ฉางอานนั้นเป็นขุนนางใหญ่ ทุกคนยินดีให้เกียรติ!
แต่มาบัดนี้...
อวี๋ลิ่งไม่ได้กลับบ้านมาสองปีแล้ว!
