ฐานที่ตั้งของสำนักเสวียนเจี้ยน
ด้านหลัง
มีลานประลองยุทธ์กว้างขวางแห่งหนึ่ง
พื้นลานปูด้วยหินออบซิเดียนแข็งแกร่ง รอบด้านสลักลวดลายค่ายกลป้องกันไว้
ยามปกติ ที่นี่เป็นสถานที่ให้ยอดฝีมือค่ายเทียนฉาฝึกซ้อมค่ายกลยุทธ์
ยามนี้
กลับว่างเปล่าไร้ผู้คน
หลี่ชิงซานเดินนำอยู่เบื้องหน้า มือไพล่หลัง
ฝีเท้าเชื่องช้า
เซียวอู๋จี๋เดินเคียงข้าง โดยรั้งอยู่ครึ่งก้าว
ถัดไปด้านหลัง
คือลู่หยวนกับเผยเจิงที่เดินตามมาติด ๆ
ทั้งสองสบตากัน ต่างเห็นความเคร่งเครียดในแววตาของอีกฝ่าย
บรรยากาศอึมครึม
แม้เมื่อครู่ทั้งสองจะได้เห็นกับตาว่าพลังอันยิ่งใหญ่ของหลี่ชิงซานสามารถเมินกฎเกณฑ์ได้เพียงใด
แต่
เซียวอู๋จี๋ก็เป็นถึงยอดฝีมือขั้นปราณอำมหิตแท้จริง!
เป็นผู้แข็งแกร่งที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดแห่งวิถียุทธ์ของราชวงศ์ต้าเยี่ยน
เผยเจิงขบกรามแน่น
มือกำด้ามดาบที่เอว
ลึก ๆ ในใจ เขายังคงเห็นว่าเซียวอู๋จี๋ลึกล้ำยากหยั่งถึง
อย่างไรเสีย ใต้เท้าเซียวก็คือรากฐานสำคัญที่เขาเสี่ยงหัวขาดไปเชิญมา
หากตอนนี้ยอมรับว่าเซียวอู๋จี๋ด้อยกว่าชายชราผอมแห้งผู้นี้
นั่นก็ไม่ต่างจากตบหน้าตัวเองหรอกหรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราณอำมหิตแท้จริงสามารถชักนำพลังฟ้าดินและหลอมรวมโอสถยุทธ์ได้
พลังเช่นนั้น หาใช่สิ่งที่ร่างกายปุถุชนจะหยั่งถึงได้!
ต่อให้ผู้อาวุโสแห่งอิ่นหยวนผู้นี้มีวิธีการรุนแรงเพียงใด
ผลแพ้ชนะก็ยังไม่อาจตัดสิน!
ลู่หยวนเดินอยู่ข้าง ๆ
ยามนี้เขารู้แล้วว่าอิ่นหยวนน่าจะเป็นสิ่งที่ผู้อาวุโสแต่งขึ้นมาลอย ๆ แต่ในใจกลับไม่ติดใจแม้แต่น้อย
โลกนี้ยึดถือความแข็งแกร่งเป็นใหญ่
หากผู้อาวุโสแข็งแกร่งกว่าประมุขสำนักเสวียนเจี้ยนจริง
