ลั่วหงเหยียนปลอบใจตนเองเงียบ ๆ ในใจ
หากต้องไปขอบคุณตาเฒ่าที่พรากความบริสุทธิ์ของศิษย์ตนต่อหน้า นางคงกระอักกระอ่วนจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งขั้นจิตศักดิ์สิทธิ์อย่างนาง กลับต้องไปขอบคุณนักยุทธ์ขั้นฮว่าจิ้งที่ฉวยประโยชน์จากศิษย์ตน
แค่คิดถึงภาพนั้นก็แทบหายใจไม่ออกแล้ว
“เฮ้อ!”
ลั่วหงเหยียนถอนหายใจยาว
ยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว
ช่างจนปัญญา
แต่จะทำอย่างไรได้ ใครใช้ให้สำนักจี๋เล่อชั่วช้าถึงเพียงนั้น!
พวกเดนสำนักจี๋เล่อถึงกับวางค่ายกลต่อเนื่องเพื่อสูบพลังปราณแท้ของศิษย์นางจนหมดสิ้น
ยังดีที่อย่างน้อยศิษย์ของนางก็รอดชีวิตมาได้
นางไล่ค้นหาและสังหารพวกเศษเดนของสำนักจี๋เล่อจนสิ้นซากไปแล้วระหว่างทาง
ตอนนี้
เหลือเพียงตาเฒ่าคนนั้น
ลั่วหงเหยียนหลับตางามลง
ญาณอันแข็งแกร่งของขั้นจิตศักดิ์สิทธิ์แผ่กระจายออกไปรอบทิศประหนึ่งตาข่ายล่องหน
ก่อนหน้านี้นางเคยดึงกลิ่นอายอันแผ่วเบาสายหนึ่งซึ่งเป็นของตาเฒ่าคนนั้นออกมาจากตัวศิษย์
นางกำลังค้นหาอยู่
ทันใดนั้น
ลั่วหงเหยียนก็ลืมตาขึ้น สายตาจับจ้องไปยังเทือกเขาแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายสิบลี้
“เจอแล้ว”
ริมฝีปากแดงขยับเล็กน้อย
ร่างของนางวูบไหว กลายเป็นลำแสงสีแดง พริบตาเดียวก็ข้ามระยะทางหลายสิบลี้
มาถึงเหนือถ้ำหินธรรมชาติแห่งนั้น
จากนั้น
ลั่วหงเหยียนก็ชะงักงัน
นางก้มมองเบื้องล่าง
ท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยเมฆดำ สายฟ้าคำรามเกรี้ยวกราดอยู่ในเมฆทัณฑ์
อานุภาพแห่งสวรรค์แผ่ไพศาล
มีคนกำลังข้ามทัณฑ์สวรรค์!
สายตาของลั่วหงเหยียนทะลวงผ่านแรงกดดันจากเมฆทัณฑ์ จับลงบนร่างผอมแห้งที่ยืนอยู่หน้าถ้ำหิน
เสื้อผ้าฝ้ายสีเทา
ผมขาวโพลนทั้งศีรษะ
ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายของศิษย์นางอย่างเข้มข้น
