ลู่จิ่นหลีดีใจจนเกือบผิวปาก แต่กลับพบว่าที่เป่าออกมาได้มีแค่เสียงฟู่ ๆ
กู้เป่ยเหยียนที่อยู่ข้าง ๆ เห็นดังนั้นก็ลองทำตาม เสียงผิวปากใสกังวานดังขึ้น
ลู่จิ่นหลีอิจฉาอยู่หน่อย ๆ เป็นอย่างที่คิด ความพยายามเมื่อเทียบกับพรสวรรค์แล้วช่างไม่สำคัญเลย
กู้เป่ยเหยียนเหมือนจะค้นพบเรื่องสนุกเข้าแล้ว เขาหันไปผิวปากใส่เห็ดขนาดยักษ์เป็นระยะ
“พี่อาหลี ผมพบว่าเสียงนี้แสดงความดีใจได้ชัดกว่าอีกนะ” กู้เป่ยเหยียนพูดพลางผิวปากใส่เห็ดดอกอวบหนาอีกครั้ง
“ถึงเสียงผิวปากจะแสดงความดีใจได้ก็จริง แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกสถานการณ์นะ เล่นเองตอนอยู่กันตามลำพังก็พอแล้ว” ลู่จิ่นหลีเตือนกู้เป่ยเหยียนอย่างจริงจัง
เธอไม่อยากให้วันไหนกู้เป่ยเหยียนผิวปากขึ้นมากะทันหันกลางงานทางการจนทุกคนหันมาสนใจ โดยมีเธอเป็นต้นเหตุ
“ผมรู้แล้ว พี่อาหลี” กู้เป่ยเหยียนพยักหน้าอย่างตั้งใจ
เห็นว่าเขาฟังเข้าหูจริง ๆ แล้ว ลู่จิ่นหลีก็หันไปมองดาวนำโชคที่เพิ่งพบ เห็ดจงจงดอกยักษ์มหึมา
เห็ดจงจงดอกนี้สูงถึง 1.5 เมตร ก้านอวบหนามีเส้นผ่านศูนย์กลางครึ่งเมตร ทั้งสองคนต้องปล่อยพลังจิตพร้อมกัน จึงจะถอนรากที่ฝังลึกอยู่ใต้ดินออกมาได้
“พี่อาหลี ถึงเห็ดที่เจอก่อนหน้านี้จะกินไม่ได้ แต่ดอกนี้ใหญ่กว่าทุกดอกก่อนหน้ารวมกันอีกนะ” กู้เป่ยเหยียนลูบซ้ายคลำขวา
“หาที่ทำอาหารอร่อย ๆ กันเถอะ” ลู่จิ่นหลีเองก็เพิ่งเคยขุดเห็ดดอกใหญ่ขนาดนี้ได้เป็นครั้งแรก
