เดินไปได้พักหนึ่ง ลู่จิ่นหลีก็มาถึงบริเวณแห่งหนึ่ง
ที่นี่เป็นชายป่าไผ่ พื้นดินแตกระแหง มีก้อนดินจำนวนไม่น้อยถูกดันพลิกขึ้นมา
เมื่อมองพื้นดินในป่าไผ่ ลู่จิ่นหลีก็คิดว่าข้างในต้องมีหน่อไม้ที่อวบอ้วนแน่ ๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องขุดขึ้นมาก่อน
“พี่อาหลี แถวนี้มีแต่ต้นไผ่ ถ้าไม่จับหนูไผ่ก็ไม่มีอะไรเลยนะ” กู้เป่ยเหยียนมองพืชรอบ ๆ มีต้นไม้ขึ้นห่าง ๆ กัน มีอยู่เพียงไม่กี่ต้น
“ตอนนี้ยังไม่หาพืชอย่างอื่น เราขุดหน่อไม้กันก่อน” ลู่จิ่นหลีชี้ไปที่พื้นดินแตกระแหง ก่อนหยิบอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งออกมาจากอุปกรณ์เก็บของมิติแล้วเริ่มขุด
แต่กู้เป่ยเหยียนกลับดึงเธอไปอยู่ด้านข้าง แล้วหยิบจอบออกมาเริ่มพรวนดินตรงบริเวณที่แตกร้าว
ลู่จิ่นหลีมองอุปกรณ์เก็บของมิติของกู้เป่ยเหยียน แล้วอดคิดไม่ได้ว่ามันเหมือนถุงสารพัดนึกจริง ๆ อยากได้อะไรก็หยิบออกมาได้หมด
“พี่อาหลีชอบจอบอันนี้เหรอ? ผมใช้ตอนปลูกดอกไม้ที่บ้านก่อนหน้านี้ ถ้าพี่อาหลีชอบ ออกไปแล้วผมจะซื้อให้พี่อีกอันนะ” กู้เป่ยเหยียนยกจอบขึ้นออกแรงงัด ก้อนดินก้อนใหญ่ก็กลิ้งไปด้านข้าง
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากยกจอบให้พี่อาหลีใช้ แต่ระหว่างที่อยู่บนดาวสุ่ยหลาน เขายังต้องช่วยพี่อาหลีทำงาน เก็บจอบไว้กับตัวจะสะดวกกว่า
ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังขุดหน่อไม้ ก็มีคนคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นในป่าไผ่ พอเห็นลู่จิ่นหลีกับกู้เป่ยเหยียนก็รีบเดินตรงมาทางนี้
