ลู่จิ่นหลีกับกู้เป่ยเหยียนยืนอยู่ห่าง ๆ สีหน้าของทั้งคู่ไม่มีแววคิดจะแย่งชิง มีแต่ความตื่นเต้นที่ได้ดูเรื่องสนุก
เพราะอย่างนี้ หลังจากทั้งสองปรากฏตัว คนสองกลุ่มนั้นถึงไม่ได้ระแวงพวกเขา
“พี่อาหลี เราไม่ไปดูหน่อยเหรอ? เผื่อจะได้ดอกไม้สวย ๆ มาบ้างก็ได้นะ” กู้เป่ยเหยียนมองกลุ่มคนที่กำลังแย่งชิงกันอย่างดุเดือด ที่นั่นต้องยังมีเหลืออีกเยอะแน่
“ฉันไม่ไปหรอก สู้ไม่ไหว” ลู่จิ่นหลีแค่อยากเอาตัวรอดไปจนถึงท้ายที่สุด แล้วค่อยหาของไปขายเทพเจ้าโชคลาภที่อยู่ข้าง ๆ ให้ได้มากหน่อย
“ถึงฉันจะสู้ไหว แต่พี่อาหลีไม่ไป งั้นฉันก็ไม่ไปเหมือนกัน” กู้เป่ยเหยียนทำตามความคิดในใจอยู่เสมอ โดยให้พี่อาหลีเป็นหลัก
หลังจากคนกลุ่มนั้นเดินกะเผลกจากไป ลู่จิ่นหลีถึงค่อยเดินไปยังจุดเกิดเหตุเมื่อครู่
“พวกแกจะทำอะไร!”
ลู่จิ่นหลียืนอยู่ข้างดอกไม้ที่ถูกเหยียบจนเละ มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าเดิมทีมันมีหน้าตาอย่างไร
เธอยังไม่ทันได้เดินจากไป ชายคนหนึ่งก็ย้อนกลับมา คราวนี้เขาจ้องลู่จิ่นหลีเขม็งอย่างหาเรื่อง
ลู่จิ่นหลีหันไปตามเสียง พอเห็นหน้าตาของคนที่มา ก็รู้สึกขัดตาจนต้องหันไปมองกู้เป่ยเหยียนแทน
ขี้เหร่ชะมัด! ต้องมองคนหล่อ ๆ ล้างตาหน่อยแล้ว
“ฉันพูดกับแกอยู่นะ พวกแกคิดจะแย่งดอกไม้ของพวกเราหรือไง” เมื่อเห็นลู่จิ่นหลีไม่ตอบ จินซีฮวาก็คิดว่าตัวเองเดาถูก
“ฉันไม่สนใจโคลนกองหนึ่งหรอก แต่ถ้านายยังถลึงตาอย่างนั้นต่อไป รูม่านตาอาจกลอกกลับมาไม่ได้แล้วก็ได้นะ” ลู่จิ่นหลีมองอีกฝ่ายอย่างเอือมระอา
