ถึงลู่จิ่นหลีกับเพื่อนอีกสองคนจะหาดอกไม้ไม่เจอ แต่โชคก็เข้าข้าง พวกเธอขุดผักป่าได้ไม่น้อย ต่อให้เป็นอีกหลายวันข้างหน้าก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีผักใบเขียวกินแล้ว
เดินต่อไปอีกกว่าหนึ่งชั่วโมง ช่วงนี้พวกเธอไม่เจอผักป่า และแน่นอนว่าไม่เห็นดอกไม้ที่เก็บได้เหมือนกัน
ลู่จิ่นหลีดูเวลาแล้วคิดว่าจะหยุดพักสักหน่อย แต่กลับได้ยินเสียงระเบิดที่ค่อนข้างคุ้นหู
ทั้งสามสบตากัน ก่อนรีบวิ่งไปยังทิศทางที่เสียงดังมา
ครั้งก่อนที่ได้ยินเสียงแบบนี้ก็...ครั้งก่อนนั่นแหละ ตอนโจวจืออี้ร้องโหยหวนขณะถูกหมูไล่
พอได้ยินเสียงอึกทึกแบบนี้ คราวนี้คงมีคนหน้าใหม่มาอีกแล้ว
ช่วงนี้กินอิ่มดี ลู่จิ่นหลีเลยคิดอยากหาอะไรสนุก ๆ ทำ พวกเธอสามคนยังไม่มีอะไรแปลกใหม่ให้ทำ พอได้ยินเสียงแบบนี้ก็รู้ทันทีว่ามีเรื่องสนุกให้ดูแล้ว
เพราะมีพลังจิต การได้ยินของทั้งสามจึงค่อนข้างไว พอไปถึงต้นเสียง เวลาก็ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว
“แค่ก ๆ...”
“แค่ก แหวะ~”
“แค่ก!”
พอเห็นชัดว่าเกิดอะไรขึ้นตรงหน้า ทั้งสามก็พยายามข่มตัวเองสุดกำลัง กลั้นเสียงหัวเราะไว้ แล้วนึกถึงเรื่องเศร้าที่สุดในชีวิตเพื่อไม่ให้หลุดขำ
หลังควบคุมอารมณ์ได้แล้ว ทั้งสามก็ยืนเงียบ ๆ อยู่ข้าง ๆ มองมนุษย์หัวฟูสามคนที่มีควันลอยออกมาจากตัวอย่างตั้งอกตั้งใจ
“พวกเธอรู้จักกันไหม” ลู่จิ่นหลีถามเพื่อนทั้งสอง
“ไม่รู้สิ หน้าดำปี๋ขนาดนั้น ต่อให้ล้างออกแล้วฉันก็คงจำไม่ได้หรอก” โจวจืออี้ส่ายหน้า ตอนอยู่โรงเรียนเธอชอบไปไหนมาไหนคนเดียว ไม่ชอบเล่นเกมชิงไหวชิงพริบกับคนพวกนั้น
