เดินไปได้สักพัก ลู่จิ่นหลีก็เห็นบางอย่างที่คุ้นตาอยู่ข้างหน้า กำลังคิดจะเข้าไปดูว่าเป็นพืชชนิดที่เธอคิดหรือเปล่า จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นมาจากค่ายพัก
หันกลับไปมอง ก็เห็นควันดำลอยโขมงออกมาจากหม้อของกู้เป่ยเหยียน ส่วนเจ้าตัวที่ตอนแรกอยู่ข้างหม้อ ตอนนี้กำลังวิ่งไปทางนั้น
เมื่อลู่จิ่นหลีเดินกลับไป ก็เห็นเถ้าสีดำที่เหลืออยู่ในหม้อ ได้แต่ชื่นชมว่าหม้อใบนี้คุณภาพดีจริง ๆ
“พี่อาหลี ฉันว่าฉันยังมีประสบการณ์ไม่พอ เดี๋ยวฉันต้องเรียนรู้ได้แน่” โจวจืออี้คิดว่าเป็นแบบนั้น เพราะเมื่อกี้เธอไม่ได้คิดอะไรเลย
“พี่อาหลี ฉันก็เหมือนกัน คราวหน้าฉันต้องทำได้ดีกว่านี้แน่” กู้เป่ยเหยียนไม่ยอมแพ้ คราวหน้าจะเฝ้าอยู่หน้าหม้อ ไม่ไปไหนทั้งนั้น
ลู่จิ่นหลีอยากบอกพวกเขาว่าเลิกลองเถอะ แต่ดูจากความกระตือรือร้นแล้ว ต่อให้พูดไปก็คงไม่มีประโยชน์ ปล่อยให้พวกเขารู้ด้วยตัวเองดีกว่า
ถ้าตอนนี้ไม่ให้ลอง แล้ววันหลังแอบทำอาหารพิสดารขึ้นมาอีกก็ไม่รู้จะทำยังไง
“งั้นพวกเธอลองทำดู อยากใช้วัตถุดิบอะไรก็เลือกได้เลย” ลู่จิ่นหลีชี้ไปที่หมูและผักขึ้นฉ่ายป่าข้าง ๆ
“ขอบคุณนะพี่อาหลี/พี่อาหลี~”
แต่กู้เป่ยเหยียนกับโจวจืออี้ต่างก็เลือกเนื้อหมูเหมือนกัน
ไม่ใช่แค่เพราะผักขึ้นฉ่ายป่ามีไม่มาก แต่เพราะหลังจากกินเข้าไป พวกเขาก็พบว่ารังสีในร่างกายลดลงนิดหน่อย
ถึงจะลดลงเพียงนิดเดียว แต่ก็ได้ผลเหมือนยาชำระล้าง พวกเขาจึงไม่กล้าเอามาใช้ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ
