กู้เป่ยเหยียนคิดว่า เขาควรผูกมิตรกับลู่จิ่นหลีให้ดีก่อน ถึงตอนนั้นจะได้ซื้อของดี ๆ ที่อยู่ในมือเธอเป็นคนแรก พี่รองของเขาก็จะมีของไว้บรรเทาความเจ็บปวดได้มากขึ้น
แต่พอมาถึงหน้าเต็นท์ของลู่จิ่นหลีแล้วเห็นว่าเต็นท์ยังปิดสนิท เขาก็เหลือบมองเวลาบนออปติกเบรนอย่างเก้อเขิน
เวลาไม่ผิดนี่นา เจ็ดโมงเช้าแล้วด้วย เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่สว่างจ้าอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ดูผิด
ทว่าเมื่อเห็นประตูเต็นท์ของลู่จิ่นหลียังปิดสนิท กู้เป่ยเหยียนก็หยิบเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งห่างออกไปไม่ไกล จากนั้นเก็บกิ่งไม้บนพื้นขึ้นมาเริ่มขุดดิน
ในห้องถ่ายทอดสด พอเห็นกู้เป่ยเหยียนทำแบบนั้น ทุกคนก็อดหัวเราะไม่ได้
【ฮ่า ๆ เมื่อกี้ตอนกู้เป่ยเหยียนเปิดออปติกเบรนดูเวลา สีหน้าเขาเหมือนกำลังคิดว่ามาเร็วเกินไปหรือเปล่า ขำจะตายอยู่แล้ว】
【เหมือนฉันตอนไปหาเพื่อนเป๊ะเลย แต่ฉันเข้าไปนอนต่อในห้องมันได้】
【เจ็ดโมงแล้วยังไม่ตื่นอีก ห้องถ่ายทอดสดอื่นเริ่มออกเดินหาไม้ดอกกันแล้วนะ】
【ดูจำนวนคอมเมนต์ตอนนี้สิ คนส่วนใหญ่ยังนอนฝันหวานกันอยู่เลย】
【แต่ก็นี่แหละ ถ้าไม่ได้ตกลงกันไว้แล้วจู่ ๆ ก็บุกไปหา กู้เป่ยเหยียนก็ยังมีมารยาทดีนะ ไม่เหมือนบางคนที่เอาแต่โจมตีม่านป้องกันจนคนข้างในตื่น】
กู้เป่ยเหยียนขุดหลุมตรงหน้าจนกลายเป็นหลุมใหญ่ ในที่สุดเต็นท์ของลู่จิ่นหลีก็เปิดจากด้านใน
“ในที่สุดก็ตื่นสักที” กู้เป่ยเหยียนมองลู่จิ่นหลี น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอิจฉา
