บ้านเมืองเพิ่งเริ่มเข้มงวดในช่วงปลายยุคเก้าสิบ ตอนนี้ยังไม่มีการห้ามพกปืน หลายหมู่บ้านยังมีคลังแสงของตัวเอง กองกำลังทหารอาสาสมัครก็ฝึกยิงเป้ากันประจำ แถวกรมสรรพาวุธประจำตำบลมีทั้งปืนยาว ปืนสั้น ปืนกล ไปจนถึงปืนใหญ่แบบพื้นบ้าน ก่อนหน้านี้ตอนเฉินเจี้ยนเฉียงมาตลาดนกพิราบ เคยเห็นคนลักลอบขายปืน ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังหาได้ไหม ยังไงก็ว่างอยู่แล้ว มาลองเสี่ยงโชคดู
ถ้าหาได้จริง คืนนี้จะให้แม่ไก่ตัวนั้นรู้ซะบ้าง
ไม่รู้ว่าเฉินเจี้ยนเฉียงโชคดี หรือว่าคนขายปืนคนนั้นดวงแข็ง ช่วงก่อนตลาดนกพิราบถูกกวาดล้างไปหลายรอบ แต่เขากลับไม่ถูกจับ เฉินเจี้ยนเฉียงเดินวนอยู่ไม่นาน ก็เห็นหน้าเก่าๆ นั่นในฝูงชน
เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินเข้าไปใกล้ๆ พอถึงตัวคนนั้น เฉินเจี้ยนเฉียงซ่อนมือไว้ใต้แขนเสื้อกันฝน ยกนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ทำท่าปืน ส่งสัญญาณให้ดู
อีกฝ่ายเข้าใจ ส่งท่าเดียวกันกลับมา
ทั้งสองไม่พูดอะไร เดินเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยวข้างๆ "อยากได้ของอะไรล่ะ ของในมือฉันไม่เลวนะ แต่ราคาก็ไม่ถูก" คนนั้นพูดพลางล้วงปืนพกแบล็กสตาร์ที่ยังไม่ใส่แม็กกาซีนออกมา ยื่นมาตรงหน้าให้เฉินเจี้ยนเฉียงตรวจดู
เฉินเจี้ยนเฉียงกวาดตามอง แต่ไม่ได้รับ ปืนพกแบล็กสตาร์นี่ระยะยิงจริงก็แค่ยี่สิบสามสิบเมตร แรงอานุภาพยังอ่อนเกินไป ที่ต้องการไม่ใช่ของเล็กๆ แบบนี้ อย่างน้อยต้องเป็นปืนยาว ไม่งั้นจัดการแม่ไก่ตัวนั้นไม่ได้แน่ "ฉันเอาตัวยาวๆ แบบที่ยิงหมีดำได้" เฉินเจี้ยนเฉียงพูดตรงๆ
อีกฝ่ายฟังแล้ว เก็บปืนพกกลับไป สีหน้าไม่เปลี่ยน พูดว่า "ของแบบนั้นก็มีนะ แต่ไม่รับเงิน เอาใบจองจักรยานหนึ่งใบ นายมีไหม"
เฉินเจี้ยนเฉียงอาจจะไม่ได้พกบัตรแลกอื่นๆ ติดตัว แต่ใบจองจักรยานนี่ เขามีอยู่แล้วสองใบ ใบหนึ่งได้เป็นรางวัลตอนทำโปรเจกต์กับอาจารย์ซุน อีกใบได้จากผลงานเด่นตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยฮาร์บิน ที่ไม่ไปซื้อจักรยานสักที ไม่ใช่เพราะซื้อไม่ไหว แต่เพราะอยู่ในมหา’ลัยไม่ได้ใช้ประโยชน์กับมัน
เฉินเจี้ยนเฉียงไม่รีรอ เงินกับบัตรเขาเก็บไว้ในพื้นที่ส่วนตัวหมด ยื่นมือเข้าไปในกระเป๋า จริงๆ แล้วหยิบใบจองจักรยานออกมาจากมิติ
อีกฝ่ายรับใบมา พลิกดูใต้แสงสลัว ไม่พูดจาโอ้เอ้ โบกมือเรียกให้ตามไป
