ย้อนกลับมาที่เฉินเจี้ยนเฉียง เพิ่งเข้ารงงานรีดเหล็ก ยังไม่ทันที่ผู้อำนวยการหวังและเลขาธิการจางจะพาไปแผนกเทคนิค เขาก็หยิบแบบแปลนพัดลมเพดานกับเครื่องพันขดลวดออกจากกระเป๋าเอกสาร
ผู้อำนวยการหวังเข้าใจเทคนิค ส่วนเลขาธิการจางแม้จะความรู้งู ๆ ปลา ๆ แต่คลุกคลีในโรงงานรีดเหล็กมาหลายปี ก็พออ่านออกได้บ้าง
เฉินเจี้ยนเฉียงบอกตรง ๆ ว่า อย่ามัวจัดประชุมใหญ่ให้วุ่นวายเลย ไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น เอาพัดลมเพดานกับเครื่องพันขดลวดออกมาให้เสร็จก่อนค่อยว่า
ของดีอยู่ตรงหน้าแล้ว ทั้งผู้อำนวยการหวังและเลขาธิการจางก็ไม่มีใครคัดค้าน
ทั้งสามคนมุ่งตรงไปแผนกเทคนิค
แผนกเทคนิคในโรงงานรีดเหล็กไม่ได้เป็นแผนกที่งานยุ่งอะไรนัก แค่เวลาอุปกรณ์เครื่องจักรมีปัญหา พวกเขาก็ไปซ่อมแซม
หรือมีงานใหม่เข้ามา ก็คอยชี้แนะคนงานอ่านแบบแปลน ควบคุมการผลิต และตรวจสอบคุณภาพชิ้นส่วนเป็นครั้งคราว
เพราะฉะนั้นงานนี้ถือว่าสบายมากทีเดียว
วิศวกรระดับแปดคนเดิมของโรงงานรีดเหล็กแซ่จาง อายุห้าสิบกว่าแล้ว อีกสามสี่ปีก็จะเกษียณ
วิศวกรระดับเก้าสองคนก็เลยวัยสี่สิบมาแล้ว
ในโรงงานรีดเหล็กแทบจะอยู่ในสภาพกึ่งรอเกษียณ
กลับเป็นพวกช่างเทคนิค ผู้ช่วยช่างเทคนิค และเด็กฝึกงานเทคนิค ที่อายุน้อย ๆ และมีไฟแรงกันทั้งนั้น
ตอนที่เฉินเจี้ยนเฉียงมาถึง ทางโรงงานยังไม่ได้ประกาศทางกระจายเสียงด้วยซ้ำ เป็นเลขาธิการจางแจ้งเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
พอฟังประวัติของเฉินเจี้ยนเฉียงจบ ไม่ว่าช่างเทคนิคที่อยู่ตรงนั้น หรือวิศวกรทั้งสามคน ก็ตะลึงกันไปหมด
วิศวกรระดับแปดเจอเฉินเจี้ยนเฉียงก็ยังเกรงใจ พูดทักทายว่า "วิศวกรเฉิน"
ที่สำคัญคือ เฉินเจี้ยนเฉียงเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าแผนกเทคนิคโดยตรง ก่อนหน้านี้ตำแหน่งนี้มีรองผู้อำนวยการหยางคั่นชื่อไว้เฉย ๆ บอกตามตรงเป็นแค่ตำแหน่งลอย ๆ ไม่มีใครดูแลเลย ตอนนี้อย่างน้อยก็มีคนจริง ๆ มานั่งทำงานเสียที
เฉินเจี้ยนเฉียงทักทายทุกคน แผนกเทคนิควิศวกรไม่เยอะ แต่ช่างเทคนิคมีให้จับให้คว้า รวมหัวรวมหางทั้งเล็กใหญ่นับได้สามสิบกว่าคน
บังเอิญตอนเช้าตรู่พอดี บางคนที่ต้องลงเวิร์คช็อปยังไม่ทันไป
